ป้าซ่งตาเป็นประกาย “ใช่ ๆ ตอนนั้นเธอเอาเงินในบ้านไปหมด พวกเราตามไปทวง แล้วเธอก็พูดต่อหน้าทุกคนแบบนั้น”
“ตอนนี้นึกได้แล้วหรือว่าเป็นแม่ของซ่งฉางชวน เป็นย่าของอวี้ปิงกับเด็ก ๆ แล้วก่อนหน้านี้หายหัวไปไหนมา?”
คุณอาสะใภ้ห้าซ่งเท้าเอว แม้ตัวเตี้ยแต่เสียงดังลั่น “ซ่งฉางชวนกับฟางซินเยว่หย่ากันแล้ว อวี้ปิงก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ตอนนี้เธอเป็นผู้ปกครองของน้อง ๆ อีกสี่คน”
“พวกเราที่เป็นผู้ใหญ่ไม่เคยถามหาเงินก้อนนี้เลยสักครั้ง พวกเรามีมือมีเท้า ไม่ได้อยากได้เงินของใคร ต่างจากคนจนในเมืองบางคน พอรู้ว่ามีผลประโยชน์ให้คว้า ก็อาศัยหน้าหนาแก่ ๆ ทำตัวเป็นผู้ใหญ่รังแกคนอื่น ยึดเงินเลี้ยงดูเด็กไปหน้าตาเฉย”
จางหลิ่วเหมยยืนไม่ไหว ร่างโงนเงน ทำท่าจะเป็นลมอยู่รอมร่อ
สวีว่านอันกลอกตาไปมา “อวี้ปิง เธอจะปล่อยให้คนนอกมารังแกย่าของเธอ แล้วมองย่าเป็นลมไปเฉย ๆ หรือไง?”
ซ่งอวี้ปิงปิดประตูใส่ทันที ไม่อยากเสียเวลาพูดแล้ว กับข้าวดี ๆ แบบนี้จะปล่อยให้เสียเปล่าไม่ได้
“พวกเรามีแค่ปู่ ไม่มีใครเป็นย่าทั้งนั้น อย่าคิดว่าฉันโง่ พวกคุณก็แค่อยากได้เงินของฉัน รีบไสหัวไปซะ ถ้าไม่ไป ฉันจะไปก่อเรื่องที่ทำงานของพวกคุณสองคน แล้วก็ไปกางป้ายประท้วงหน้าหมู่บ้านของพวกคุณ”
ผู้ใหญ่บ้านซ่งลังเล “จางหลิ่วเหมยเป็นลมแล้ว จะไม่ให้เธอเข้ามาจริง ๆ เหรอ?”
“ไม่ให้!” ซ่งอวี้ปิงปฏิเสธโดยไม่ลังเล “รู้อยู่เต็มอกว่าพวกเขาเป็นงูพิษโลภไม่รู้จักพอ ฉันยังจะพาเข้าบ้านอีก ไม่หาเรื่องใส่ตัวหรือไง?”
คุณอาห้าซ่งรีบพยักหน้า “นั่นสิ หนังสือตัดขาดความสัมพันธ์กับใบหย่าที่ทำไว้ตอนนั้นก็เขียนชัดเจนทุกอย่าง!”