จางหลิ่วเหมยขมวดคิ้ว “เหล่าชี เมื่อก่อนนายเรียกฉันว่าป้ารอง ตอนนี้กลับไล่ฉันไปให้พ้น แบบนี้เสียมารยาทเกินไปหรือเปล่า?”
ซ่งเหล่าชีเป็นคนผอม ช่วงนี้คงยุ่งมากกระมัง ปกติเขาชอบที่สุดคือเชิดหน้ามองคนอื่น
ตอนนี้เขาก็เชิดจมูกใส่จางหลิ่วเหมยอย่างหยิ่งยโส จนขนจมูกแทบจะสั่นตามไปด้วย
“ตอนที่คุณยังไม่หย่ากับลุงรอง ผมก็เรียกคุณว่าป้า พอหย่าแล้วผมยังเรียกคุณว่าป้าอีก แบบนั้นคุณจะหย่าไปทำไมล่ะ?”
ใบหน้าซีดเซียวของจางหลิ่วเหมยแดงก่ำขึ้นมาอีก “ถึงอย่างนั้นฉันก็เป็นแม่ของฉางชวนนะ นายจะไม่ให้เกียรติฉันไม่ได้”
“งั้นผมขอถามหน่อย คุณเคยให้เกียรติลุงรองผมหรือเปล่า?” ซ่งเหล่าชีย้อนถาม “ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เรื่องบาดหมางระหว่างพวกคุณ ผมไม่ขอพูดอะไร แต่ลุงรองผมตายไปแล้ว คุณมีสิทธิ์อะไรไปก่อเรื่องในงานศพ ทำให้เขาจากไปอย่างไม่สงบ?”
จังหวะนั้น ภรรยาร่างท้วมของซ่งเหล่าชีก็ยกกะละมังน้ำล้างผักมาด้วย “จะมัวพูดกับพวกเขาทำไม รีบไล่ออกไปสิ!”
จางหลิ่วเหมยกับสวีว่านอันรีบหลบ แต่เสื้อผ้าก็ยังเปียกน้ำล้างผักอยู่ดี
หวังเหม่ยลี่รู้อยู่แล้วว่าแม่สามีกับสามีจะถูกไล่ออกมา จึงยืนอยู่รอบนอกสุดมาตลอด และหลบได้อย่างปลอดภัย
เพราะหวังเหม่ยลี่รู้ดีมาตั้งแต่ต้นจนจบว่า หลังจากพวกเขาไปอาละวาดในงานศพของอดีตพ่อตา บนเกาะเหลียนฮวาก็ไม่มีที่ให้พวกเขาอยู่แล้ว
สวีว่านอันเดือดดาล “อีอ้วน แกทำเสื้อฉันเปียกแล้ว!”
“สวีว่านอัน ไอ้ลูกหมา! ฉันอ้วนแล้วไปกินหมั่นโถวบ้านแกหรือไง?” ป้าสะใภ้เจ็ดแห่งตระกูลซ่งเท้าเอวข้างหนึ่ง อีกมือถือกะละมัง “เหล่าชี นายเป็นใบ้หรือไง? เมียโดนด่าแล้วยังมีหน้าอยู่ได้หรือ? อัดไอ้สารเลวนี่เลย!”
