ไม่นาน หยางหลิ่วก็วางเนื้อกวางที่ย่างสุกแล้วลงตรงหน้าหมาป่าสีเทา
ส่วนตัวเขาเองก็หยิบเนื้อชิ้นใหญ่มาแทะคำโต
【โห เทพหยางตอนนี้โหดเหี้ยมจริง ๆ ฆ่าสัตว์ล่าเหยื่อไปตั้งเยอะภายในบ่ายเดียว ตอนนี้ยังกินลงอีกเหรอ?】
【นั่นสิ เลือดตั้งมากมาย แค่ฉันเห็นก็แทบอาเจียนแล้ว! แต่เทพหยางกลับกินได้อย่างเป็นธรรมชาติมาก!】
【สองคนข้างบนเป็นพวกทรยศหรือไง! เทพหยางทำเพื่อชดเชยโชคชะตาของประเทศ พวกนายไม่เห็นเหรอว่าตอนบ่ายหลิงอวิ้นกับหานเฟยก็เร่งตามขึ้นมาเหมือนกัน?】
【ε=(´ο`*)))เฮ้อ! ผู้บุกเบิกทั้งสามคนยอมสละชีวิตเพื่อปูทางให้ต้าซย่า เพื่อให้พวกเรามีเมล็ดพันธุ์สืบทอดต่อไปในพิภพเถื่อนร้าง!】
【เทพหยางกับพวกเขาสมกับเป็นลูกหลานต้าซย่าจริง ๆ!】
ในพิภพเถื่อนร้าง หยางหลิ่วกินเนื้อกวางย่างไปสองคำ ก็รู้สึกถึงกลิ่นคาวเลือดที่ซึมเข้าปาก ความคลื่นเหียนรุนแรงถาโถมเข้ามาจนเขารู้สึกทรมานอย่างยิ่ง
แต่เขาก็ยังฝืนกินจนหมด
พอกินเกือบอิ่มแล้ว เขาก็ใช้ดินกลบกองไฟดับ
จากนั้นตบหัวหมาป่าสีเทาเบา ๆ แล้วพูดว่า “ไปกัน ไปดูสถานที่ที่แกพูดถึง”
หมาป่าสีเทาครางหงิง ๆ
ก่อนจะเดินนำหน้าอย่างไม่เต็มใจนัก
เดินมาเกือบหนึ่งชั่วยาม ภูมิประเทศใต้เท้าก็เปลี่ยนไปฉับพลัน
เบื้องหน้าปรากฏหุบเหวขนาดมหึมา ราวกับมีสิ่งใดผ่าพื้นดินออกเป็นสองส่วน
รอยแยกมืดมิดทอดลึกลงไปใต้ดิน แม้เพียงมองจากไกล ๆ ก็สัมผัสได้ว่าลึกจนหยั่งไม่ถึงก้น
เพิ่งเดินเข้าไปใกล้ ก็สัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่ลอยขึ้นมาจากเบื้องล่าง พร้อมกลิ่นคาวประหลาดที่ยากจะบรรยาย
หมาป่าสีเทาหยุดอยู่ริมเหว หางลู่ลง แล้วครางหงิง ๆ ไปทางด้านล่างสองครั้ง
