เมื่อเห็นดังนั้น หลินรั่วเหยาก็ใจหายวาบ
ขณะที่กำลังคิดหาวิธีสลัดชายคนนี้ให้หลุดพ้น จู่ ๆ ก็มีโคมไฟถนนดวงหนึ่งกะพริบติด ๆ ดับ ๆ อยู่เบื้องหน้า ใต้โคมไฟนั้นเห็นได้ชัดว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งยืนหันหลังให้หลินรั่วเหยากับชายเสื้อกล้าม
ไม่สิ ควรเรียกว่าผีสาวต่างหาก
ผีสาวสวมสูทสีดำ ผิวขาวซีด และใส่รองเท้าหนังสีดำคู่เล็ก
ดวงตาของหลินรั่วเหยาเป็นประกาย รีบวิ่งไปหาผีสาวตนนั้น
ชายเสื้อกล้ามเห็นภาพนี้แล้วก็ไม่ยอมแพ้ เขาจ้องหลินรั่วเหยากับผีสาวใต้โคมไฟอย่างเย็นชา
เขารู้ความสามารถของหลินรั่วเหยา นอกจากขับไล่ผีดุร้ายแล้ว เธอก็ไม่มีความสามารถอื่น สิ่งเหล่านี้เขารู้อยู่แล้ว ขอเพียงหลินรั่วเหยาขับไล่ผีดุร้ายตนนั้นไปได้ เขาก็อาจตามล่าเธอต่อได้
หลินรั่วเหยาหอบหายใจ วิ่งมาหยุดข้างผีสาว เธอยังไม่ทันคุกเข่าลง ผีสาวก็สามารถฆ่าเธอได้ทุกเมื่อ แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่น แทนที่จะถูกผีสาวฆ่า สู้ลองเสี่ยงดูสักครั้งดีกว่า
ผีสาวค่อย ๆ หันมา “จ้อง” หลินรั่วเหยาเขม็ง
【ค่าสติของคุณลดลง 5 แต้ม ขณะนี้เหลือ 6 แต้ม】
ล้อกันเล่นหรือไง? ผีดุร้ายที่มีค่าสติ 5 แต้มเนี่ยนะ?
หลินรั่วเหยาสูดหายใจลึก แล้วมองผีสาวตนนั้น
อีกด้านของผีสาวกลับเป็นด้านหลังเหมือนกัน ยังคงมีผมยาวและเห็นเพียงแผ่นหลัง
เธอไม่มีด้านหน้า ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ผีสาวก็ยังปรากฏเป็นด้านหลัง... ผมยาวสีดำ ส้นเท้า และแผ่นหลัง
หลินรั่วเหยาเริ่มหายใจลำบาก
เธอรู้ว่า...การโจมตีของผีดุร้ายอาจเริ่มส่งผลกับตัวเธอแล้ว
เธอรู้สึกว่าหน้าม้ากำลังเปลี่ยนไป ใบหน้าก็ร้อนผ่าว บางทีเธออาจกำลังถูกช่วงชิงเครื่องหน้าก็ได้
