ตรงจุดที่ไม้เบสบอลสัมผัสหนังศีรษะของหลี่อ๋าง จู่ ๆ ก็มีแสงไฟเจิดจ้าระเบิดออกมา!
คลื่นความร้อนที่ทำให้หายใจไม่ออกพวยพุ่งออกจากร่างของหลี่อ๋าง
จากนั้น
เปลวไฟสีแดงเข้มก็ลุกไหม้ไปตามด้ามไม้อย่างรวดเร็ว
ไม้เบสบอลเนื้อตันส่งเสียงดังฟู่ ๆ ท่ามกลางเปลวเพลิง และลามไปติดแขนของจ้าวเมิ่ง
จ้าวเมิ่งเจ็บจนทนไม่ไหว จึงรีบเขวี้ยงมันทิ้ง
“นี่...นี่มันอะไร?”
จ้าวเมิ่งเบิกตากว้าง
มองมือเปล่า ๆ ของตัวเองด้วยความไม่อยากเชื่อ
...
หลี่อ๋างค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยสงบนิ่งคู่นั้น บัดนี้กำลังลุกโชนด้วยเปลวไฟแบบเดียวกับที่ปะทุอยู่บนหมัด
มุมปากของเขายกยิ้มเหยียด เผยรอยยิ้มที่แสนจะเหี้ยมโหด
“นี่นายลงมือก่อนนะ งั้น...ตาฉันบ้างแล้ว”
หลี่อ๋างกำหมัดขวาแน่น
เปลวเพลิงอันรุนแรงพลุ่งออกมาจากหมัดขวาในชั่วพริบตา ห่อหุ้มหมัดทั้งข้างจนกลายเป็นก้อนไฟที่สว่างจ้าจนแสบตา
ในอากาศตอนนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นไหม้เกรียม
หลี่อ๋างเพียงแค่ชกหมัดออกไปง่าย ๆ หมัดนั้นก็กระแทกเข้ากลางอกของจ้าวเมิ่งอย่างแรง
“ตูม!!”
เปลวไฟลามอย่างบ้าคลั่งไปทั่วร่างของจ้าวเมิ่งอย่างรวดเร็ว
เสื้อยืดเนื้อบางที่เขาสวมอยู่มอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา
เปลวไฟยังคงเผาผลาญผิวหนังของเขา ทะลวงเข้าไปในรูขุมขน และจุดผมของเขาติดไฟ
จากนั้น
จ้าวเมิ่งก็ส่งเสียงกรีดร้องที่บีบหัวใจราวกับเนื้อหนังถูกฉีกกระชากออก ร่างทั้งร่างกลิ้งไปมาอย่างบ้าคลั่งอยู่บนพื้นเหมือนกองไฟที่กำลังลุกไหม้
“อ๊ากกก! ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”
เขาพยายามตบดับเปลวไฟบนตัวอย่างสุดชีวิต แต่เปลวไฟนั้นราวกับมีชีวิต ไม่เพียงไม่ดับ กลับลุกโชติช่วงขึ้นทุกที
อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นเหม็นไหม้ของเนื้อหนังที่ถูกเผา
เสียงกรีดร้องของจ้าวเมิ่งค่อย ๆ แหบพร่า แล้วก็เงียบหายไป
จ้าวเมิ่งตายแล้ว
ลูกน้องอีกไม่กี่คนที่หลั่งกันเข้ามา เห็นภาพตรงหน้าก็แทบวิญญาณหลุดลอย
พวกเขาชะงักเท้าอย่างกะทันหัน อาวุธในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังเคร้ง
