“เจ้า...ไสหัวลงมา!”
วาจาเยียบเย็นแทรกเข้าหู บรรยากาศบนเวทียิ่งทวีความกดดัน
เซียวหนัวไม่เพียงไม่พอใจที่ปราบเซียวเฉิงได้ แต่กลับพุ่งเป้าไปที่...เซียวหย่ง ยุวชนสืบทอดแห่งตระกูลเซียว
แววตาของเซียวหย่งเย็นเยียบ สองมือกำหมัดแน่น เปลวสังหารลุกโชน
“ไอ้สารเลวน่ารังเกียจ เจ้ามีสิทธิ์อะไรถึงมาท้าข้า!”
“ข้าไม่มีสิทธิ์? หรือเจ้า...ไม่กล้า?” เสียงของเซียวหนัวก้องด้วยความเย้ยหยัน โอหังไร้เทียมทาน
เบื้องล่างเวที หลายคนเผยแววตื่นตระหนกเมื่อเห็นความโอหังในยามนี้
นี่คืออัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเมืองซีเยว่ในอดีตหรือ?
แม้เมื่อสามปีก่อนจะสูญเสียโลหิตหงส์ฟ้าไป แต่วันนี้สง่าราศีกลับคืนมาอีกครา
เซียวหย่งเองก็ถูกยั่วยุจนเดือดถึงที่สุด “เจ้าพูดเพ้ออะไร ออกมา...ประลอง! แต่วาจาน่าเกลียดกล่าวไว้ก่อน เป็นตายแล้วแต่ฟ้า!”
วันนี้คือวันที่เซียวหย่งทะนงองอาจ เขาจะยอมให้เซียวหนัวเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของตนได้อย่างไร
เมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ ผู้อื่นบนเวทีต่างพากันถอยลงไป
เซียวอวี่เวยมองภาพตรงหน้า ก็รู้ว่าวันนี้ไม่จบลงด้วยดีแน่
แววตานางวาบแสงลึกลับ ฉวยจังหวะที่ผู้คนบนเวทีลงมา นางเดินไปยังขอบเวที
“เก็บนี่ไว้ให้ดี...”
เซียวอวี่เวยเบี่ยงกาย ลอบสอดเม็ดโอสถใส่มือเซียวหย่ง
เซียวหย่งไม่เข้าใจ “นี่อะไร?”
“โอสถพลังอสูร เมื่อกินแล้วสามารถระเบิดพลังทวีคูณ ท่านเก็บไว้เผื่อยามคับขัน”
กล่าวจบ เซียวอวี่เวยก็จากไป
เซียวหย่งแสยะในใจ ด้วยกำลังขอบเขตหลอมกายขั้นเจ็ดของตน จะจัดการเซียวหนัวก็ง่ายราวกับพลิกฝ่ามือ
แม้อีกฝ่ายจะเอาชนะเซียวเฉิงได้ แต่ก็ไม่มีทางเป็นคู่มือของตน
แต่การมีโอสถพลังอสูรเม็ดนี้ ก็ยิ่งทำให้ความมั่นใจของเซียวหย่งพองโตมากขึ้น
เมื่อเห็นเซียวหนัวขึ้นเวที เซียวหย่งก็ปลุกจิตสังหารเต็มเปี่ยม
“ข้ารับรอง วันนี้เจ้าจะไม่ได้ก้าวออกจากประตูตระกูลเซียว...”
ดวงตาวาบแดง เซียวหย่งพลันหยิบง้าวโค้งคมกริบออกมา
“เคร้ง!”
ง้าวโค้งในมือ เซียวหย่งพุ่งออกไปประหนึ่งหมาป่าทะยาน กระบวนท่าที่ใช้ก็คือวิชายุทธ์ชั้นสูงของตระกูลเซียว "กระบี่รูปหมาป่า"
“ตายซะเถิด!”
“หมาป่าพุ่งพันลี้!”
“ฉัวะ!” เซียวหย่งรวดเร็วยิ่ง จู่โจมถึงหน้าเซียวหนัวในชั่วพริบตา
แต่ใครจะรู้ เซียวหนัวเข้าใจ "กระบี่รูปหมาป่า" อย่างถ่องแท้แต่เนิ่นนาน เมื่อเผชิญง้าวโค้งที่เซียวหย่งฟาดฟันลงมา เซียวหนัวเอี้ยวร่าง ก็หลบเลี่ยงการโจมตีรุนแรงของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย
จากนั้น เซียวหนัวตวัดมือซ้ายขึ้น ฟาดลงตรงข้อมือของเซียวหย่งอย่างแม่นยำ
“ปั๊ะ!”
เซียวหย่งรู้สึกแขนชาในทันที ง้าวโค้งในมือหลุดลอยกระเด็น
อะไรนะ?
ทุกคนรอบด้านตะลึงอีกครั้ง
เพียงเผชิญหน้าเดียว เซียวหนัวก็ปลดอาวุธของเซียวหย่งลงได้
นั่นคือกำลังขอบเขตหลอมกายขั้นเจ็ดเชียวนะ!
สิ่งที่ผู้คนไม่รู้คือ แม้ขอบเขตของเซียวหนัวจะด้อยกว่าเซียวหย่ง แต่ความแข็งแกร่งของกายเนื้อและปริมาณพลังวิญญาณภายใน กลับเหนือกว่าขอบเขตหลอมกายขั้นหกไปมากนัก
ง้าวโค้งลอยขึ้นกลางอากาศ เซียวหนัวหมุนเท้า ช่วงชิงอาวุธของคู่ต่อสู้มาไว้ในมือก่อน
“อสูรร้ายหวนรัง!” เซียวหนัวใช้จังหวะหมุนกาย ง้าวโค้งในมือฟาดลงบนร่างเซียวหย่ง
“ซ่า!”
โลหิตแดงฉานสาดกระเซ็นใต้คมกระบี่ อกของเซียวหย่งปริแผลเหวอะหวะ
ผู้คนเบื้องล่างอกสั่นขวัญหาย
เซียวสงเบิกตาโพลงด้วยโทสะ “เขารู้จัก 'กระบี่รูปหมาป่า' ได้อย่างไร?”
'กระบี่รูปหมาป่า' มีเพียงทายาทระดับสูงของตระกูลเซียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์ฝึกฝน เซียวหนัวไม่มีทางเข้าถึงได้
บนเวที เซียวหย่งเดือดดาล
“ไอ้หน้าสุนัข เจ้ากล้าทำร้ายข้า...”
“เกรี้ยวกราดไร้ค่า!” เซียวหนัวเย้ยหยันพลางพุ่งเข้าใส่ ง้าวโค้งในมือประหนึ่งอสูรหมาป่าดุดัน รวดเร็ว กราดโจมตีออกไป
เซียวอวี่เวยเบื้องล่างไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบถอดกระบี่ของตนโยนขึ้นเวที
“กระบี่ฝนคราม...รับไป!”
“ปั๊ะ!” เซียวหย่งคว้ากระบี่ได้อย่างลุกลี้ลุกลน ชักกระบี่ออกจากฝัก คมกริบพร่างพราว อาวุธของเซียวอวี่เวยเป็นถึงอาวุธวิญญาณชั้นต่ำ
เซียวหย่งใช้กระบี่แทนง้าว ร่าย "กระบี่รูปหมาป่า" สองร่างประทะง้าวและกระบี่ สะเก็ดเพลิงโปรยปรายราวดวงดาว
ผู้คนเบื้องล่างยิ่งดูก็ยิ่งหวาดหวั่น ยิ่งดูก็ยิ่งคาดไม่ถึง
เซียวหย่งอยู่ขอบเขตหลอมกายขั้นเจ็ด บวกกับอานุภาพของกระบี่ฝนครามซึ่งเป็นอาวุธวิญญาณ อย่างน้อยก็เพิ่มพลังรบขึ้นเท่าตัวหรือสองเท่า แต่การโจมตีหลายระลอกกลับทำอะไรเซียวหนัวไม่ได้เลย
สำคัญที่สุดคือ "กระบี่รูปหมาป่า" ของเซียวหนัวช่ำชองแยบยลกว่าอีกฝ่ายมากนัก
“ข้าไม่คิดว่าสุนัขเน่าอย่างเจ้าจะกระโดดดิ้นได้อีก...” เซียวหย่งพลางรุกพลางเยาะ
แววตาเซียวหนัวเย็นลึก ไม่มีท่าวิตก “คราวหน้าถ้าคิดจะฆ่าข้า จำไว้ว่าต้องหาคนที่พอมีราคาคุยหน่อย”
เซียวหย่งหรี่ตาลง เข้าใจในทันทีว่าอีกฝ่ายหมายถึงเซียวอี่
“เจ้าทำอะไรกับเซียวอี่พวกเขา?”
“เจ้าว่าล่ะ? ท่านยุวชนสืบทอด...” คมกระบี่ของเซียวหนัวพลิกกลับ ง้าวโค้งหมุนในฝ่ามือ วาดอ้อมไปยังตำแหน่งหน้าท้องของอีกฝ่าย “เขี้ยวอสูรฉีกทึ้ง!”
“ซ่า!”
ปลายกระบี่คมกริบเฉือนเปิดหน้าท้องของเซียวหย่ง รอยโลหิตปริแตกอีกครั้ง
ถึงแม้จะมีอาวุธวิญญาณในมือ แต่เซียวหย่งก็ยังก้าวพลาดอยู่เสมอ ต้านทานการโจมตีของเซียวหนัวไม่ได้
“น่าชังนัก...” เซียวหย่งดวงตาลุกเป็นไฟ “ข้าจะฆ่าเจ้า ข้าจะฆ่าเจ้าให้จงได้...สุนัขที่ถูกไล่ออกจากตระกูลอย่างเจ้าไม่มีทางก่อคลื่นใหญ่ได้...”
สิ้นคำ เซียวหย่งพลิกมือนำโอสถพลังอสูรที่เซียวอวี่เวยมอบให้ออกมา
กลืนโอสถลงคอในคำเดียว พลันร่างของเซียวหย่งก็ปะทุไออสูรอันเกรียงไกรอย่างยิ่ง
ดวงตาหรี่ลง เส้นเลือดฝอยคลุมตาขาว มองดูดุดันราวกับอสูรร้าย ยามนี้พลังของเขาเพิ่มขึ้นสองถึงสามเท่าโดยตรง
ผู้คนเบื้องล่างล้วนสะท้านใจ
เซียวหย่งถูกบีบจนจนตรอกเข้าจริง ๆ
“ตายซะเถิด!”
“อสูรพิโรธ ผ่าวิถีโลหิต!”
เซียวหย่งระเบิดพลังเต็มกำลัง ทะยานขึ้นกลางอากาศ สองมือจับกระบี่ฟาดฟันเข้าใส่เซียวหนัว
แววตาเซียวหนัววูบเยียบ ยามนี้พลังรบของเซียวหย่งเกือบถึงขอบเขตหลอมกายขั้นแปดแล้ว ฝ่ายตนเพิ่งก้าวเข้าขั้นหกได้ไม่กี่วัน ความต่างย่อมมีบ้าง
แต่ทันใดนั้น ความคิดแล่นผ่าน เซียวหนัวก็ปลุกไข่มุกโลหิตพิโรธในกาย
“ฟิ้ว!”
เพียงเสี้ยวพริบตา ร่างของเซียวหนัวก็ปะทุไอโลหิตอันทรงพลังเฉกเช่นกัน ผ้าคลุมชายสะบัด ผมดำปลิวไสว เซียวหนัวปานเทพมาร ไอโลหิตพวยพุ่ง
ไข่มุกโลหิตพิโรธคือสิ่งที่แปรมาจากพิโรธโทสะของ "องค์จักรพรรดินีพิฆาตศึก" ที่ถูกผนึกในชั้นสามของเจดีย์ทองหงเหมิง สามารถเพิ่มพลังรบได้หลายเท่าถึงหลายสิบเท่า
เซียวหนัวที่เริงคลั่งเช่นกัน สองมือกุมกระบี่ ทะยานร่างเข้ารับเซียวหย่ง
“อสูรพิโรธ ผ่าวิถีโลหิต!”
“โหวย!”
“...”
เพลงกระบี่เดียวกัน ไอโลหิตที่พลุ่งพล่าน บนเวทีก้องเสียงหอนอันแปลกประหลาด
เซียวหนัวและเซียวหย่งราวกับจอมหมาป่าที่ช่วงชิงความเป็นใหญ่ ปะทะเข้าหากัน
กระบี่กับง้าวปะลองคมอีกครั้ง
“ตูม!” เสียงระเบิดหนักหน่วงดังก้อง คลื่นพลังรุนแรงกระจายออก ต้นแขนเซียวหย่งสั่นสะท้าน กระบี่ฝนครามในมือหลุดลอยอีกครั้ง
“ครืน!”
ภาพนี้สะเทือนผู้คนทั้งปวง
เป็นไปได้อย่างไร!
แม้แต่เซียวอวี่เวยก็ตะลึงงัน เซียวหย่งที่กินโอสถพลังอสูรไปแล้ว ยังสู้เซียวหนัวไม่ได้อีกหรือ?
กำลังของอีกฝ่ายเหนือขีดจำกัดเพียงใดกัน?
“กริ๊ง!” กระบี่ฝนครามหมุนคว้างหล่นลงบนเวที เซียวหย่งถอยกรูดติดต่อกัน โลหิตและปราณภายในพลุ่งพล่าน
และในขณะนั้น เซียวหนัวที่ร่อนลงพื้นก็ทะยานออกไปอีกครั้ง
“มีเพียงเท่านี้หรือ? ท่านยุวชนสืบทอดตระกูลเซียว...”
หัวใจผู้คนทั้งปวงรัดแน่น
เซียวหย่งไม่มีแม้เวลาตอบสนอง เงาดำสายหนึ่งปรากฏตรงหน้า
เซียวสงตวาดด้วยความเกรี้ยวกราด “หยุดนะ!”
เซียวอวี่เวยตวาดเฉียบ “เจ้ากล้าดี!”
เซียวหนัวไม่หยุดแม้แต่น้อย เขาเงื้อกระบี่ในมือขึ้นสูง ฟาดลงบนร่างเซียวหย่ง
เซียวหย่งรีบถอยหลบ แต่สุดท้ายก็ช้าไปก้าวหนึ่ง คมกระบี่เยียบเย็นฟาดเฉียงผ่านบ่าขวาของอีกฝ่าย...
เสียงกระบี่กังวานชัดสะเทือนโสต เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็น บ่าขวาทั้งข้างของเซียวหย่งถูกตัดกระเด็นไป...