จูส่างได้ยินคำพูดนี้ถึงกับงงไปทั้งตัว
ตัวเองไม่ได้ทำเรื่องชั่วร้ายอะไรไว้ไม่ใช่หรือไง เหตุใดฝ่าบาทถึงได้มีความแค้นต่อตัวเองมากมายขนาดนี้?
ทว่า ขณะที่กำลังเหม่อลอยอยู่นั้น จู่ ๆ เขาก็ถูกตบเข้าหนึ่งฉาด
“เจียงฮวน เจ้ากล้าดีอย่างไร!”
“ท่านอ๋องแห่งฉิน โทษทีพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมก็มิอาจขัดพระบรมราชโองการได้!”
“เหลืออีกเก้าฉาด เชิญท่านอ๋องแห่งฉินทนหน่อย!”
“เจ้า…”
สุดท้ายจูส่างก็ไม่กล้าพูดอะไรที่เกินงามออกไป ได้แต่กัดฟันอดทนรับอีกเก้าฉาดที่เหลือ
เพียงแต่หลังถูกตบครบสิบฉาด ใบหน้าทั้งสองข้างของเขาบวมเป่งราวกับหัวหมูทันที
องค์อ๋องคนอื่น ๆ ที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันรู้สึกผิดจนต้องยกมือขึ้นกุมหน้า คิดในใจว่าฝ่าบาทตบท่านพี่รองไปแล้ว คงไม่ตบพวกตนอีก
อย่างไรเสียท่านพี่รองก็เป็นคนชอบทำตัวเหลวไหล พวกเขาก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไรนัก…
เจียงฮวนไม่มีเวลามาเอาใจใส่พวกเขา หลังตบจูส่างเสร็จก็สั่งคนนำตัวเขาขึ้นรถม้า ไปขังไว้ที่เรือนจำเป่ยเจิ้นฝูซือ
ส่วนตัวเขาเอง รีบเข้าวังไปกราบทูลฝ่าบาททันที
“ฝ่าบาท องค์ชายรองถูกขังที่เรือนจำเป่ยเจิ้นฝูซือแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
“ฮึ่ม!”
“พวกเหลวไหลคนอื่น ๆ มีปฏิกิริยาอย่างไรบ้าง?”
“ทูลฝ่าบาท อ๋องจิ้น อ๋องโจว อ๋องฉีล้วนตกใจกลัวกันนัก ช่วงนี้คงไม่กล้าก่อเรื่อง…”
เหล่าจูได้ยินดังนั้นก็เงยหน้ามองท้องฟ้ายามราตรีอันมืดมิด
“พรุ่งนี้ก็ถึงวันสอบพิเศษแล้ว หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องวุ่นวายอะไรอีก!”
เจียงฮวนได้ยินดังนั้นก็รีบแสดงความภักดีทันที
“ฝ่าบาท กระหม่อมได้ส่งทหารองครักษ์จินอีเว่ยออกไปทั้งหมดแล้ว บัดนี้ทั่วทั้งเมืองหลวงล้วนอยู่ภายใต้การจับตาของพวกเรา คงไม่มีใครกล้าก่อเรื่องหรอกพ่ะย่ะค่ะ!”
เหล่าจูได้ยินดังนั้นก็ยิ้มเยาะอย่างดูแคลน
เขาพบว่าคนเป็นแม่ทัพก็เป็นเพียงแม่ทัพ ย่อมไม่เข้าใจความสลับซับซ้อนในราชสำนัก
สิ่งที่เขากลัวไม่ใช่เหตุการณ์รุนแรง หากแต่เป็นพวกหนอนบ่อนไส้ที่กินเงินเดือนแผ่นดินแต่กลับทำตัวทรยศ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน!
“เจียงฮวน ลูกชายข้าเป็นอย่างไรบ้างช่วงนี้?”
“ทูลฝ่าบาท ท่านชายน้อยเดือนนี้ตั้งใจอ่านหนังสือเป็นอย่างยิ่ง ไม่มีความผิดปกติใด ๆ พ่ะย่ะค่ะ”
