เจี่ยนหยวนไม่คิดว่าอันอวิ๋นจะพูดอะไรตรงไปตรงมาเช่นนี้ ส่วนอีไลมีปฏิกิริยารุนแรงยิ่งกว่า
“เอาใจเกินไปหน่อยไหม?”
น้ำเสียงของเขาเย็นลงเล็กน้อย แววตาเต็มไปด้วยความจับผิด “เมื่อก่อนทำไมฉันไม่เคยรู้ว่านายมีด้านแบบนี้ด้วย”
อันอวิ๋นเป็นดั่งสายน้ำสงบนิ่งมาโดยตลอด
อย่าว่าแต่เอาใจไกด์สักคนเลย เขาแทบไม่ชอบแสดงตัวหรือทำตัวโดดเด่นด้วยซ้ำ
เก็บตัวเสียจนไม่เหมือนเซนทิเนลระดับเอสเลยสักนิด
ดังนั้นท่าทีของเขาในตอนนี้จึงทำให้อีไลรู้สึกแปลกหน้าอย่างยิ่ง
อันอวิ๋นที่ถูกเหน็บแนมยังคงสีหน้าไม่เปลี่ยน น้ำเสียงสงบนิ่งและหนักแน่น “เดิมทีผมก็กำลังตามจีบไกด์เจี่ยนอยู่แล้ว จะเอาใจเธอมีอะไรผิดหรือครับ?”
เจี่ยนหยวนชะงักไป
สีหน้าอีไลเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ดูเหมือนเขาอยากโต้แย้ง แต่กลับนึกประโยคที่เหมาะสมไม่ออก จึงยืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น
ก็เพราะว่า
อันอวิ๋นพูดตรง ๆ ว่ากำลังตามจีบเจี่ยนหยวนเสียขนาดนี้ ทำให้เขาหมดช่องทางเหน็บแนมไปอย่างสิ้นเชิง
ความหงุดหงิดผุดขึ้นในใจ
แล้วความหงุดหงิดนั้นก็ทำให้เขารำคาญตัวเองตามไปด้วย
อันอวิ๋นจะตามจีบเจี่ยนหยวน ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเขาเสียหน่อยไม่ใช่หรือ?
แล้วจะใส่ใจไปทำไม?
เมื่อเห็นอีไลไม่พูดอะไรต่อ อันอวิ๋นก็ไม่ได้รุกเร้าต่อ
หลังเอ่ยประโยคนั้นออกไป เขาราวกับรวบรวมความกล้าได้มากขึ้น จึงพูดต่อก่อนเจี่ยนหยวนจะทันเอ่ยปาก
“ให้มันอยู่เป็นเพื่อนคุณสักพักเถอะ มันคิดถึงคุณมาก”
พูดจบ เขาก็เรียกจิตอวตารของตนออกมา
ลูกแมวดำตัวเล็กที่มีดวงตาสีฟ้าครามเหมือนเจ้าของกระโดดลงมาจากกลางอากาศอย่างแผ่วเบา ก่อนลงไปยืนบนโต๊ะ
