เจี่ยนหยวนถึงกับตกตะลึงอย่างหนักเพราะคำพูดนี้
ไม่ใช่สิ
หมอนี่กำลังพูดอะไรอยู่เนี่ย?
แต่ชายสองคนตรงหน้ากลับไม่มีใครคิดว่าคำพูดนี้ผิดปกติ ตรงกันข้าม พวกเขากลับสนใจมากกว่าว่าอีกฝ่ายมาโผล่ที่นี่ได้อย่างไร
อีไลก้าวไปข้างหน้า กั้นสายตาของเผยเอินซือไว้ ไม่ให้เห็นสภาพของเจี่ยนหยวนในตอนนี้
ส่วนอันอวิ๋นที่ยืนข้างเขาก็หันไปอธิบาย
“พวกเราไม่ได้ทำอะไร แค่ให้จิตอวตารอยู่เป็นเพื่อนเธอเล่นสักพัก”
อีไลแค่นเสียงเบา ๆ “จะอธิบายให้เขาฟังทำไม? นายคิดจริง ๆ หรือว่าเขาเป็นผู้ผดุงความยุติธรรม?”
ในสายตาของเขา
อีกฝ่ายก็แค่คนโง่อีกคนที่ถูกเจี่ยนหยวนทำให้หลงใหล
แล้วยังทำเป็นตำหนิพวกเขาด้วยท่าทางชอบธรรมอีกต่างหาก
เพราะคำพูดของเผยเอินซือ เจี่ยนหยวนจึงเพิ่งรู้ตัวว่าท่าทางของเธอตอนนี้ชวนให้เข้าใจผิดอยู่ไม่น้อย
เธอรีบดึงเสื้อให้เข้าที่ ก่อนจะดันแมวขาวที่เบียดตัวเข้ามาถูไถอย่างยากลำบาก แล้วส่งเสียงถาม
“นายมาที่นี่ด้วยได้ยังไง?”
ไหนบอกว่าทุกคนยุ่งกันหมดไม่ใช่หรือไง?
หรือเพราะวันนี้เป็นวันแรกที่เธอย้ายเข้ามา ทุกคนเลยจะมารวมตัวกันที่นี่เพื่ออวยพรจากใจจริงให้เธอได้พบกับศึกชิงรักไม่รู้จบอย่างนั้นเหรอ?
ขอร้องล่ะ!
อย่าให้เป็นแบบนั้นเลย!
เมื่อได้ยินเสียงของเธอ คิ้วที่ขมวดแน่นของเผยเอินซือก็คลายลง เขากลับมามีรอยยิ้มอ่อนโยนอย่างที่เห็นเป็นปกติ
“ขอโทษที ฉันเข้าใจผิดไป ถ้าแค่ให้จิตอวตารอยู่เล่นเป็นเพื่อนเธอ พวกคุณกลับไปก่อนได้ การอยู่ในห้องนอนของไกด์นาน ๆ ไม่ใช่เรื่องสุภาพนัก”
เขามีสิทธิ์พูดเช่นนั้นเต็มที่
