บังเอิญเจอคนวิปริต ต่อให้สู้สุดกำลังก็เอาชนะไม่ได้
เจี่ยนหยวนหลับตาลงอย่างสิ้นหวัง
เธอรู้สึกได้ว่าเลือดอุ่นชื้นยังคงไหลลงมา ถึงขั้นซึมเปื้อนเสื้อผ้าตรงเอว
สถานการณ์ตอนนี้เหมือนเดินมาถึงทางตันอย่างสมบูรณ์
เหตุผลที่เธอปฏิเสธหมิงลั่วชิงก็เพราะไม่ต้องการความสัมพันธ์ที่หนักหนาเกินไป และไม่อยากทิ้งความสัมพันธ์ที่ยากจะคลี่คลายไว้ก่อนจากไป
แต่การตีตัวออกห่างของเธอกลับทำให้หมิงลั่วชิงยิ่งหมกมุ่นและดื้อรั้นกว่าเดิม
“อย่าปล่อยให้อารมณ์ชั่ววูบมาครอบงำ”
เจี่ยนหยวนพยายามใช้เหตุผลพูดกับเขา
“ถ้าคุณกังวลเรื่องการนำทาง ต่อให้เราไม่ได้มีความสัมพันธ์กัน ฉันก็จะช่วยนำทางให้คุณอยู่ดี”
หมิงลั่วชิงไม่ขยับแม้แต่น้อย ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเธอเลย
“คุณคิดแบบนั้นจริง ๆ เหรอ?”
ดวงตาดำสนิทของชายหนุ่มหรี่ลงเล็กน้อย แพขนตาหนาทิ้งเงา ใบหน้าเต็มไปด้วยความหม่นหมอง
“แต่สิ่งที่ผมต้องการไม่ใช่แบบนั้น”
ความทรมานจากค่าการปนเปื้อนยังไม่ถึงหนึ่งในสิบของความเจ็บปวดที่เขารู้สึกตอนตระหนักว่าเจี่ยนหยวนกำลังตีตัวออกห่าง
“บอกคำตอบผมมา” หมิงลั่วชิงยังคงยืนกราน “อย่างน้อยคุณก็ควรบอกผมว่าผมทำอะไรผิด ถึงไม่ยอมเข้าใกล้ผม”
เจี่ยนหยวนเม้มริมฝีปาก
เธอรู้ดีว่าถ้าไม่ให้เหตุผล วันนี้พวกเขาคงต้องยืนอึดอัดอยู่ตรงนี้ไปเรื่อย ๆ
หรือจะแต่งเหตุผลส่ง ๆ ไปสักข้อดีนะ?
อย่างเช่น กลัวงู
อย่างเช่น ไม่ชอบคนผมดำ
อย่างเช่น กลัวคนหน้าตาดี
…ข้อสุดท้ายนี่จะผิดธรรมชาติเกินไปหรือเปล่า?
เจี่ยนหยวนเอ่ยเสียงเบา “เพราะว่า…”
