เจี่ยนหยวนไม่เข้าใจว่าทำไมฉู่เย่าถึงไม่ขยับ
แผ่นหลังของเธอถูกแขนของชายหนุ่มโอบไว้ เสื้อผ้าบางเบาที่ชุ่มเหงื่อแทบไม่ช่วยอะไรเลย เธอสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงไอร้อนจากร่างกายของเขาและแผงอกที่ขยับขึ้นลง
แปลกจัง
เธอคิดอย่างมึนงง
ทำไมถึงรู้สึกว่าหัวใจของฉู่เย่าเต้นเร็วขึ้นล่ะ?
“ตัวร้อนจังเลย”
เจี่ยนหยวนพูดเสียงเบา “เซนทิเนลตัวร้อนกันแบบนี้ทุกคนหรือเปล่า?”
เธอแค่อยากหาเรื่องคุยเท่านั้น แต่เมื่ออยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ คำพูดนั้นกลับฟังคล้ายกำลังเกี้ยวพาราสี
แขนที่โอบเธอไว้ของฉู่เย่ากระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
การนำทางของเจี่ยนหยวนได้ผลดีเกินไปหน่อย
เมื่อค่าการปนเปื้อนลดลง ร่างกายก็กลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์ ประสาทสัมผัสทั้งห้ายิ่งแจ่มชัดเป็นพิเศษ
เขาควบคุมลมหายใจ ก่อนตอบเสียงต่ำ “อืม น่าจะพอ ๆ กัน ร้อนไหม?”
“ก็ไม่เท่าไร...”
หลังจากนำทางอยู่พักหนึ่ง ทั้งยังถูกไออุ่นโอบล้อม ความง่วงก็ถาโถมเข้าสู่สมองของเจี่ยนหยวนในที่สุด
เธอตอบอย่างสะลึมสะลือ “แต่ฉันเริ่มง่วงแล้ว...”
ฉู่เย่าฟังเสียงหายใจของหญิงสาวในอ้อมแขนที่ค่อย ๆ แผ่วเบาลง ริมฝีปากบางเม้มแน่น ปฏิกิริยาทางกายบางอย่างแทบปกปิดไม่มิด มันแสดงตัวอย่างดุดันจนไม่อาจมองข้าม
เขาไม่พูดอะไร เพียงประคองแผ่นหลังของเจี่ยนหยวนอย่างระมัดระวัง ให้เธอนอนกลับลงบนเตียง
ระหว่างนั้นย่อมมีการเสียดสีกันบ้าง
เจี่ยนหยวนง่วงจนแทบลืมตาไม่ขึ้น รู้สึกเลือนรางว่าปลายนิ้วสัมผัสโดนอะไรบางอย่างที่ร้อนผ่าว แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรต่อ ได้แต่พึมพำเสียงอู้อี้
