ฮั่วเหยียนยังพูดไม่ทันจบ เพราะอวิ๋นฉางเยว่ขยับเร็วกว่าหนึ่งก้าว
“นักเรียนฮั่วเหยียน”
ดวงตาของชายหนุ่มเป็นสีเทาหม่นราวหมอกจาง ยามมองใครจึงมักแฝงความเวทนาอย่างบอกไม่ถูก ทว่ารัศมีของผู้มีอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเขาก็ช่วยหักล้างความรู้สึกนั้นได้เป็นอย่างดี
“การบังคับไกด์ถือเป็นความผิดร้ายแรง คุณคงรู้อยู่แล้วใช่ไหม?”
ฮั่วเหยียนรีบลุกจากพื้น ก่อนก้มตัวขอโทษเก้าสิบองศา
“ไม่ใช่นะครับ คุณเข้าใจผิดแล้ว”
คนแข็งแกร่งที่เมื่อครู่ยังคิดรังแกผู้อ่อนแอ กลับแสร้งทำตัวไร้เดียงสาและน่าสงสารต่อหน้าผู้ที่แข็งแกร่งกว่า
ฮั่วเหยียนไม่มีทางยอมรับเรื่องนี้เด็ดขาด
ถ้าจะถูกไล่ออกจากโรงเรียน อย่างน้อยก็ต้องเป็นหลังจากใช้วิธีนี้ได้ตัวเจี่ยนหยวนมาแล้ว ไม่ใช่เหมือนตอนนี้ที่ยังไม่ได้อะไรเลย แถมยังถูกอวิ๋นฉางเยว่จับได้คาหนังคาเขา
ซวยชะมัด
ในฐานะคนตระกูลฮั่ว เขารู้ดีที่สุดว่าพลังอำนาจของอีกฝ่ายน่าสะพรึงกลัวเพียงใด
พูดได้เลยว่า หากร่างกายของอวิ๋นฉางเยว่ไม่อ่อนแอลงเรื่อย ๆ จนต้องถอยไปอยู่แนวหลัง อีกฝ่ายคงเป็นผู้กุมอำนาจที่เด็ดขาดที่สุดในหมู่ชนชั้นสูงของสหพันธ์อย่างแน่นอน
ฮั่วเหยียนรีบร้อนเอ่ยว่า “ขอให้เห็นแก่ตระกูลฮั่ว—”
อวิ๋นฉางเยว่ยกมือขึ้นเล็กน้อย ห้ามเขาพูดต่อ
ท่าทางของเขามีพลังควบคุมบางอย่างที่บอกไม่ถูก น้ำเสียงก็ยังนุ่มนวล
“เข้าใจแล้ว คุณไปก่อนเถอะ”
ฮั่วเหยียนมองอีกฝ่ายอย่างกระวนกระวาย แต่กลับอ่านอะไรไม่ออกจากสีหน้าของอวิ๋นฉางเยว่เลย
