อันอวิ๋นชะงักนิ่งไปทั้งตัวเพราะคำพูดของเธอ ดวงตาสีฟ้าครามสั่นไหว ระลอกคลื่นแห่งความเขินอายและยินดีผสมปนเปกันแผ่กระจายออกมา
“ผมหรือครับ? ได้... ได้สิครับ แน่นอนว่าได้”
เขาขยับตัวอย่างอึดอัดบนเก้าอี้
เจี่ยนหยวนรู้สึกผิดขึ้นมาราวกับกำลังรังแกเด็กซื่อตรงคนหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้คิดจะเปลี่ยนใจ
เธอรู้สึกดีกับอันอวิ๋นไม่น้อย แถมจิตอวตารของอีกฝ่ายยังเป็นแมวที่เธอชอบด้วย
“ตกลงตามนี้นะ คนต่อไปฉันจะช่วยปรับสมดุลให้คุณ”
อันอวิ๋นพยักหน้ารับอย่างยินดี
“ครับ”
เมื่อกำหนดโควตาให้คนหนึ่งได้แล้ว เจี่ยนหยวนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนก้มหน้าตั้งใจกินอาหารที่จัดเตรียมมาอย่างประณีตเต็มโต๊ะ
รสชาติดีไม่แพ้หน้าตา
เธอเลือกกินไปสองสามคำ แล้วใช้ส้อมจิ้มผลไม้ชิ้นเล็ก ๆ ส่งเข้าปาก แก้มพองตุ่ยขณะเคี้ยวตุ้ย ๆ
“อืม...”
“ปัง!”
เสียงกระแทกดังสนั่นขึ้นอย่างกะทันหัน ก้องไปทั่วโรงอาหาร
เจี่ยนหยวนยังไม่ทันตั้งตัว อันอวิ๋นก็เข้ามาอยู่ข้างกายเธอด้วยความเร็วสูง
ฝ่ามือใหญ่ของชายหนุ่มรองอยู่ข้างไหล่เธอ เขาใช้ท่าทีปกป้องโอบบังเธอไว้ครึ่งตัว
สีหน้าเขาเคร่งขรึมขึ้น ก่อนเอ่ยชื่อเซนทิเนลที่เป็นต้นเหตุของเสียงดังสนั่น
“เคน เกิดอะไรขึ้น?”
เสียงดังเป็นความทรมานสำหรับเซนทิเนล ทุกคนจึงพยายามหลีกเลี่ยงการทำเสียงดังในที่สาธารณะ
เซนทิเนลที่ชื่อเคนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร
ดูเหมือนเขาจะชนอะไรเข้าอีกครั้ง เกิดเสียงโครมครามดังต่อเนื่อง
