“พอแล้ว”
ฉู่เย่ากดไหล่ซีหลินไว้ ก่อนพาเขาไปนั่งบนเก้าอี้นำทาง จากนั้นหันไปมองเจี่ยนหยวน “ช่วยเขาได้ไหม? ฉันจะเฝ้าอยู่ตรงนี้ คอยดูไม่ให้เขาคลุ้มคลั่ง”
ช่วยได้อยู่แล้ว
เจี่ยนหยวนพยักหน้า “ได้ค่ะ”
เมื่อครู่นี้เธอชะงักไปเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายบาดเจ็บหนักเกินไป ควรพาไปรักษาแผลก่อน
ดูเหมือนว่า
เมื่อเทียบกับบาดแผลทางร่างกายแล้ว มลทินในโลกจิตใจต่างหากที่เป็นภัยต่อชีวิตของเซนทิเนลมากกว่า
เธอบอกว่า “คุณจับเขาไว้เถอะ ฉันจะนำทางให้เอง”
เพราะซีหลินบาดเจ็บ ฉู่เย่าเพียงรัดสายรัดบริเวณขาและเอวของเขาไว้ แล้วจึงถอยไปยืนข้าง ๆ
เขารู้ว่าเจี่ยนหยวนไม่มีทางปล่อยให้คนตายต่อหน้าต่อตา
ส่วนซีหลินกลับไม่กล้าเชื่อว่า ตัวเองจะได้รับโอกาสให้ไกด์ช่วยนำทางง่ายดายเช่นนี้
เขายังคงมึนงง
เจี่ยนหยวนเดินมาหยุดตรงหน้า กลิ่นคาวเลือดจากบาดแผลยิ่งเข้มข้นจนเธออดขมวดคิ้วไม่ได้
ซีหลินกระวนกระวายอย่างยิ่ง
เขาเผลอยกมือขึ้นหมายจะปิดบาดแผลที่ไหล่ของตัวเอง
“ผะ...ผมยังทนไหวอีกสักพัก ผมจัดการแผลก่อนก็ได้ รอทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วค่อยนำทางก็ยังได้...อย่าทิ้งผมนะครับ”
เขาเพิ่งมาอยู่หอคอยดำได้ไม่นาน จึงยังไม่รู้จักชื่อเจี่ยนหยวน จำได้เพียงว่าไกด์ทุกคนรักความสะอาด และคงไม่ชอบสภาพของเขาตอนนี้แน่
เขากลัวว่าตัวเองจะสกปรกเกินไป จนทำให้เจี่ยนหยวนตกใจ
แต่เจี่ยนหยวนรีบห้ามเขาทันที “อย่าขยับ แผลของคุณขยับอีกไม่ได้แล้ว”
