เจี่ยนหยวนมองร่างคุ้นตาตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ
“อีไล ทำไมตอนอยู่ในห้องแต่งตัวถึงไม่พูดอะไรเลย?”
แถมยังแต่งตัวแบบพร้อมแกะถุงกินได้ทันทีแบบนี้อีก
เหมือนกำลังยั่วยวนกันอยู่เลย
อีไลไม่ตอบ เพียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดหยอกเย้า
“ปกติเห็นเธอใส่แต่เครื่องแบบ นาน ๆ ทีได้เห็นแต่งแบบนี้ ก็ดูไม่เลว”
ปากบอกว่าดูไม่เลว ทว่าสายตาของเขากลับไม่เคยละไปจากเจี่ยนหยวนเลย
สายตานั้นราวกับสัมผัสได้จริง เจี่ยนหยวนถูกเขาจ้องจนต้องถอยหลังหนึ่งก้าว
“...ฉันออกไปก่อนนะ”
หากอยู่ในห้องแต่งตัวห้องนี้กับเขาตามลำพังต่อ เธอรู้สึกว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้นแน่
แต่อีไลกลับลุกขึ้นยืนในจังหวะนั้น
เขาก้าวเข้ามาใกล้สองก้าว ใช้มือข้างหนึ่งยันประตูไว้ กลิ่นอายเฉพาะตัวของบุรุษแผ่ปกคลุมบริเวณนี้ไปทั่ว
ปกเสื้อเชิ้ตเลื่อนลงตามการเคลื่อนไหว เผยให้เห็นกล้ามเนื้อเป็นมัดชัดเจนมากขึ้น
หัวใจเจี่ยนหยวนเต้นวูบ
“นายจะทำอะไร?”
“เธอคิดว่าฉันจะทำอะไรล่ะ?”
ดวงตาสีทองของอีไลมีแววขบขัน มือที่ซ่อนอยู่ด้านหลังเธอปลดล็อกประตูอย่างคล่องแคล่ว
“แค่ช่วยเปิดประตูให้เธอเท่านั้นเอง”
แค่สองการกระทำ แต่กลับดูเหมือนเขาจงใจยั่วยวน
เจี่ยนหยวนรีบร้อนเบียดตัวออกไปทางประตูที่เปิดอยู่
อีไลเดินตามหลังเธอมา ขายาวก้าวไปข้างหน้าเพียงก้าวเดียวก็ขวางทางที่เจี่ยนหยวนกำลังจะเดินต่อ มือหนึ่งผลักประคองให้เธอหมุนตัว
หันไปเผชิญกับกระจกบานใหญ่จากพื้นจรดเพดานตรงสุดทางเดิน
ในกระจกสะท้อนเงาของคนสองคน
อีไลสูงกว่าเจี่ยนหยวนมาก ผมสั้นสีเงินขาวเป็นประกายใต้แสงไฟ เสื้อเชิ้ตสีขาวปักลวดลายประณีตเข้าคู่กับกางเกงสูทขายาว ขับให้ไหล่กว้างขายาว ดูราวกับสัตว์ตระกูลแมวที่สูงศักดิ์และหยิ่งทะนง
