เซิ่งจิ้นอวี่เดินนำอยู่ข้างหน้า เจี่ยนหยวนตามหลังเขาไป ก่อนจะพบว่าหมอนี่ดูเหมือนจะมีมนุษยสัมพันธ์ดีไม่น้อย
ตลอดทาง เซนทิเนลที่พบต่างทักทายเขา แถมยังเป็นการทักทายแบบสนิทสนมระหว่างเพื่อน
คนพวกนี้คงเป็นสมาชิกทีมของเขาทั้งหมด
เจี่ยนหยวนมองผมสีแดงยุ่งเหยิงที่ท้ายทอยของเซิ่งจิ้นอวี่ แล้วก็พอเข้าใจว่าทำไมเขาถึงสนิทกับเหล่าเซนทิเนลได้
อย่างไรเสีย หมาจิ้งจอกย่อมอยู่กันเป็นฝูง ส่วนพยัคฆ์ดุร้ายมักออกลำพัง
ใช่แล้ว
อย่าหวังว่าเซิ่งจิ้นอวี่จะได้ยินคำชมอะไรจากเธอ!
เมื่อมาถึงห้องบำบัด เจี่ยนหยวนก็พบอีกว่าเซิ่งจิ้นอวี่เชื่อฟังขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ
พอเข้าห้อง เขาก็ขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้บำบัดเองอย่างรู้หน้าที่ พอสายรัดทุกเส้นรัดเข้าที่ก็ไม่ขัดขืนแม้แต่น้อย ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายกระตือรือร้นราวกับรอไม่ไหว
กลับทำให้เจี่ยนหยวนไม่คุ้นชินอยู่บ้าง
ทำไมจู่ ๆ ถึงรู้ความขึ้นมาล่ะ?
แต่เมื่อดูแลเซนทิเนลที่ต้องเข้ารับการบำบัด เธอก็อดทนเหมือนหมอที่รักษาคนไข้
เซิ่งจิ้นอวี่ให้ความร่วมมือ เธอจึงเริ่มบำบัดอย่างตั้งใจ
พลังจิตทะลุผ่านม่านกั้น เข้าไปยังทะเลจิตของอีกฝ่าย
หมาป่าแดงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของจิตอวตารหมอบราบอยู่กับพื้น ขนสั้นสีแดงไหม้ดูราวกับมีกองไฟลุกอยู่ แต่ด้านนอกกลับปกคลุมด้วยหมอกสีเทา ขนฟูยุ่งเหยิงชี้กระเซอะกระเซิง
หูแหลมทั้งสองข้างลู่ตกอยู่ข้างศีรษะ ดวงตาดุดันก็ถูกหมอกอ่อนระโหยบดบังไว้ชั้นหนึ่ง
เจี่ยนหยวนเผลอสูดหายใจเข้า
นี่คือจิตอวตารที่มีค่าการปนเปื้อนสูงที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น นอกจากของไคยา
หมาป่าแดงตัวนี้แค่จะยกเปลือกตายังแทบไม่มีแรง ยากจะจินตนาการว่าเจ้าของมันยังมีพลังเหลือเฟือพอจะอัดคนได้ทุกวันอย่างไร
