หมิงลั่วชิงไม่คิดว่าความคิดของตนเองจะเลวร้ายอะไร
หากเขาเป็นคนดีที่ทำตามกฎระเบียบ ตอนนี้ก็คงไม่มายืนอยู่ตรงนี้
ยิ่งไม่มีทางไปรับทำภารกิจที่ไม่อาจเปิดเผยต่อสาธารณะ
แค่พูดไม่กี่คำก็รั้งเจี่ยนหยวนให้อยู่ที่หอคอยดำได้แล้ว นี่เป็นข้อตกลงที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง
แต่เซิ่งจิ้นอวี่กลับไม่เห็นด้วย
“จะให้อยู่ที่หอคอยดำทำไม?”
เขาสูดปาก พลางเอ่ยด้วยท่าทางปวดหัวอยู่ไม่น้อย
“แค่เธอมาที่นี่ช่วงสุดสัปดาห์ไม่กี่ครั้งก็ทำให้มีเรื่องเพิ่มขึ้นตั้งเยอะแล้ว ถ้าเธออยู่ที่หอคอยดำจริง ๆ จะวุ่นวายแค่ไหนกัน”
เขามีความคิดแบบชายแท้ทั่วไป
คิดว่าการเอาไกด์ที่เปราะบางไปไว้ท่ามกลางเซนทิเนล พอพวกนั้นตีกันขึ้นมาก็มีแต่จะเกะกะ
นัยน์ตาของหมิงลั่วชิงดำสนิท เขาเอ่ยเสียงเนิบช้า
“เพราะถ้าไม่ให้เธออยู่ที่นี่ ก็จะมีเซนทิเนลมากกว่านี้ไปปรากฏตัวอยู่ข้างกายเธอ”
“ในหอคอยขาวมีเซนทิเนลที่ประสาทสัมผัสเฉียบไวอยู่ไม่น้อย ถ้าพวกเขาพบเข้า...”
เขาลากเสียงท้ายประโยคยาว โดยไม่อธิบายผลที่จะตามมาให้ชัดเจน
แต่เซิ่งจิ้นอวี่ก็จินตนาการออกแล้ว
“เป็นไปไม่ได้!”
เขาโต้กลับโดยไม่ทันคิด “ตอนฉันอยู่หอคอยขาวก็คอยจับตาดูเธอตลอด พวกเซนทิเนลพวกนั้นไม่มีโอกาสเข้าใกล้เธอหรอก”
น้ำเสียงของหมิงลั่วชิงเย็นเยียบ
“นายคอยจับตาดูเธอ? แล้วฮั่วเหยียนหาโอกาสเข้าใกล้เธอได้ยังไง?”
เซิ่งจิ้นอวี่ขมวดคิ้วฉับ
เขาเองก็เสียใจกับเรื่องนี้มาก
ไม่คิดเลยว่าหมอนั่นอย่างฮั่วเหยียนจะกล้าบ้าบิ่นถึงขั้นไม่สนผลที่จะตามมาจากการถูกไล่ออก แล้วลงมือแต๊ะอั๋งเจี่ยนหยวนกลางอาคารเรียน
