ตอนนี้โหยวจวินตู้กำลังหันหลังให้เจี่ยนหยวน ค้นหาเอกสารอยู่ จึงไม่เห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเธอ เขาขานรับส่ง ๆ
“ประมาณนั้นแหละ ที่เอ็นสิบสองเป็นสถานีขนถ่ายสินค้าของห่วงโซ่อุปทานสายหนึ่งในเครือบ้านโหยวพอดี”
สิ่งที่เขาไม่ได้พูดก็คือ สาเหตุที่ทำให้ตระกูลโหยวตื่นตัวขนาดนี้ แท้จริงแล้วเป็นเพราะอำนาจอีกฝ่ายหนึ่งที่เริ่มเผยตัวอย่างเลือนรางอยู่ใต้ผิวน้ำ
พ่อค้าเชี่ยวชาญเรื่องฉวยโอกาสที่สุด
หากอำนาจใหม่มีมูลค่าพอให้ลงทุน พวกเขาก็ต้องเตรียมลงเดิมพันทั้งสองฝ่าย
เจี่ยนหยวนไม่รู้เรื่องซับซ้อนเหล่านี้
เธอเพียงแค่พบว่าเนื้อเรื่องต่าง ๆ ที่เขียนไว้ในนิยายต้นฉบับ กลับอยู่ใกล้ตัวเธอเหลือเกิน
ที่จริงเธอจงใจหลีกหนีทุกสิ่งทุกอย่างในนิยายต้นฉบับมาตลอด
นางเอกของนิยายต้นฉบับเรียนอยู่ห้องเดียวกับเธอ แต่เธอไม่เคยพูดกับอีกฝ่ายสักครั้ง แถมยังจงใจทำเป็นมองไม่เห็นด้วยซ้ำ
ราวกับว่าขอเพียงไม่มอง ไม่คิดถึง โลกใบนี้ก็จะไม่มุ่งไปสู่จุดจบสุดโต่ง
แต่โชคชะตาไม่เป็นเช่นนั้น
ยิ่งหนี โชคชะตาก็ยิ่งนำปัญหาที่เธอหลีกเลี่ยงกลับมาวางตรงหน้าอีกครั้ง
เฮ้อ!
เจี่ยนหยวนถอนหายใจ
อยากกลายเป็นพารามีเซียมที่ใช้แต่สมองส่วนเล็กคิด ไม่ต้องเอาสมองส่วนใหญ่มาย่างจนเกรียมจริง ๆ
ถ้าเธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอนาคตเลย บางทีคงมีความสุขกว่าตอนนี้มาก
เธอควรลองคิดดูไหมว่าจะใช้เนื้อเรื่องในนิยายต้นฉบับหาหลักประกันให้ตัวเองเพิ่มขึ้นได้อย่างไร?
วันพุธ
หอคอยขาวประกาศให้เข้ารับการตรวจพันธุกรรมตามกำหนด
ไกด์ทุกคนถูกพาไปยังห้องโดยสารอีกแห่งเพื่อรอ เจี่ยนหยวนเองก็หันไปมองหลัวอี นางเอกของนิยายต้นฉบับเป็นครั้งแรก
