หลินสือเดินจากไปแบบนั้นจริง ๆ เหรอ?
ทั้งสามไม่อยากเชื่อเลยว่า หลินสือซึ่งปกติพูดจาด้วยง่าย ๆ จะกลายเป็นคนเลือดเย็นถึงเพียงนี้
กว่าพวกเขาจะตั้งสติได้ หลินสือก็เดินไปไกลแล้ว
“หลินสือ รอฉันด้วย!”
สวีเฟยเฟยยังอยากตามหลินสือไป แต่พนักงานเสิร์ฟกลับขวางเธอไว้
“คุณขวางฉันทำไม? คนข้างหน้านั่นเป็นแฟนฉันนะ!” สวีเฟยเฟยจ้องพนักงานเสิร์ฟอย่างโกรธเกรี้ยว น้ำเสียงไม่เป็นมิตร
พนักงานเสิร์ฟหัวเราะเยาะ “งั้นคุณก็โทรหาแฟน ให้เขาจ่ายส่วนของคุณด้วยสิครับ”
สวีเฟยเฟยโกรธจนอกกระเพื่อมขึ้นลง แต่ก็ไม่กล้าหาเรื่องพนักงานเสิร์ฟที่ดูท่าทางเอาเรื่อง เธอหันไปถลึงตาใส่จ้าวเสี่ยวอย่างดุดัน
“ยืนเหม่ออะไรอยู่? รีบจ่ายเงินสิ!”
“ฉะ...ฉันไม่มีเงินมากขนาดนั้น...”
จ้าวเสี่ยวเสียหน้าต่อหน้าผู้หญิงที่ชอบ จนเกลียดหลินสือเข้ากระดูกดำ
เขาทำงานยังไม่ถึงปี เงินเก็บยังไม่ถึงหลักหมื่นด้วยซ้ำ จะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายสามหมื่นแปด
หลินสือเดาไม่ผิด เมื่อวานจ้าวเสี่ยวเห็นหลินสือใช้เงินไปมากกว่าหนึ่งแสนหยวนในเวลาไม่กี่นาที ก็อิจฉาจนแทบกลายเป็นมะนาว เลยคิดจะเรียกหลินสือออกมารีดเงินให้หนักในวันนี้
จ้าวเสี่ยวมั่นใจว่าหลินสือต้องเป็นคนจ่าย อีกทั้งยังตัดขาดจาก “เพื่อนสนิท” เพียงกลุ่มเดียวนี้ไม่ได้ ต่อให้เจ็บใจแค่ไหนก็คงยอมตาม
ก่อนหน้านี้ก็เป็นแบบนี้มาตลอด แล้วทำไมวันนี้ถึงเหมือนเปลี่ยนเป็นคนละคน?
จ้าวเสี่ยวไม่ยอมเชื่อ เขาโทรหาหลินสือ
หลินสือเดินออกจากคลับมาอย่างโล่งอก ก่อนตัดสายจ้าวเสี่ยว แล้วบล็อกทั้งสามคนทั้งหมด จากนั้นก็กลับบ้าน
