ประมาณสองนาที เธอก็ถอนมือกลับ
จากนั้นเธอก็ล้วงขวดยาออกจากกระเป๋าเสื้อ แล้วยื่นให้เฉวียนหลานอิง “พี่สะใภ้ ยานี้ฉันปรุงขึ้นเอง ใช้บำรุงร่างกายคุณแม่หลังคลอด กินวันละสองเม็ด เช้าและเย็น ครั้งละเม็ด กินจนหมดขวดนะคะ”
“ได้ งั้นฉันขอหน้าด้านรับไว้แล้วกัน!”
เฉวียนหลานอิงยิ้มแฉ่ง รับขวดยามาแล้วเก็บใส่กระเป๋า
ตอนนี้เธอเลื่อมใสในฝีมือแพทย์ของซูเนี่ยนเวย์มาก ถึงขั้นไม่ถามสักคำว่าสิ่งที่ซูเนี่ยนเวย์ให้คืออะไร ก็รับมาอย่างเต็มใจ
ทว่าภาพนี้กลับถูกแม่อู๋เห็นเข้าพอดี
เธอพุ่งตรงเข้ามาในห้องผู้ป่วย หน้าตาบึ้งตึงพลางมองเฉวียนหลานอิง “ทำไมคุณถึงกล้ารับของทุกอย่างเลยล่ะ? เธอไม่ใช่หมอของโรงพยาบาลนะ ของที่เธอให้กินได้หรือเปล่าก็ไม่รู้!”
“ถ้ากินแล้วเป็นอะไรขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ ถึงตอนนั้น...”
“หุบปากไปเลย!”
เฉวียนหลานอิงไม่ใช่คนอารมณ์ดีนัก
ซูเนี่ยนเวย์มีน้ำใจเอายามาให้เธอบำรุงร่างกาย แต่ผู้หญิงคนนี้กลับคิดว่าอีกฝ่ายมีเจตนาร้าย แถมยังดูหมิ่นฝีมือแพทย์ของซูเนี่ยนเวย์อีก เธอจะทนได้อย่างไร?
เธอพลันหน้าขรึมแล้วสวนกลับไปทันที “จะรับหรือไม่รับก็เรื่องของฉัน บ้านคุณอยู่ติดทะเลหรือไง ถึงได้ชอบมายุ่งเรื่องคนอื่นนัก”
“อีกอย่าง คุณเป็นใคร?”
“ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้กินยาแล้วเกิดปัญหาจริง ๆ ก็เป็นเรื่องของฉัน เกี่ยวอะไรกับคุณ เชิญออกไปได้แล้ว”
“คุณ!”
แม่อู๋โกรธจนหน้าดำคล้ำ
เธออุตส่าห์หวังดี แต่กลับถูกมองเป็นคนจิตใจต่ำช้า ช่างแยกแยะผิดชอบชั่วดีไม่เป็นเสียจริง เธอกำลังจะพูดต่อ แต่เสียงเย็นเยียบเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหู
