“จริงหรือ? วันนั้นจะมาถึงจริง ๆ ใช่ไหม?” คนถามคือเซี่ยเฉินอี้
เขาหันไปมองซูเนี่ยนเวย์ ใบหน้าอ่อนเยาว์แต่สูงศักดิ์เปี่ยมไปด้วยความจริงจัง
“อาจารย์ ประเทศของเราจะเข้มแข็งรุ่งเรืองขึ้นจริง ๆ ใช่ไหมครับ? กว่าจะถึงวันนั้นต้องรออีกนานแค่ไหน...” ถึงอย่างไรประเทศมหาอำนาจในต่างแดนก็ล้ำหน้าไปหลายสิบปีแล้ว ไม่ว่าจะด้านการวิจัยหรือเศรษฐกิจ ก็พัฒนากว่าประเทศแซดไม่รู้ตั้งกี่เท่า
“ไม่หรอก!”
ซูเนี่ยนเวย์ไม่รอให้เขาพูดจบก็เอ่ยขัดขึ้น “วันนั้น...อยู่ไม่ไกลหรอก ประเทศเรามีบุคลากรเก่ง ๆ ไม่น้อย แค่ต้องใช้เวลาอีกสักหน่อยเท่านั้น”
เมื่อการวิจัยและการแพทย์ของประเทศแซดเข้มแข็งขึ้น
ต่อไปชาวต่างชาติที่คิดว่าตัวเองเหนือกว่าพวกนั้นก็จะกดขี่พวกเขาไม่ได้อีก การปิดกั้นเทคโนโลยีการวิจัยของประเทศเราต่อไปน่ะหรือ? หึ ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก
เพราะฟูจิ่งเย่คือบิดาแห่งวงการวิจัย!
ที่จริงเธอก็ทำงานวิจัยเป็น เพียงแต่เมื่อเทียบกับการทดลองและวิจัยด้านเทคนิคแล้ว เธอชอบศึกษาด้านการแพทย์และพิษวิทยามากกว่า ดังนั้นความรู้ด้านการวิจัยของฟูจิ่งเย่จึงครอบคลุมกว่า เขาเกี่ยวข้องกับงานวิจัยแทบทุกสาขา
สมัยอยู่ยุคปัจจุบัน เขาเปิดโรงงานผลิตอาวุธมาแล้วหลายแห่ง
อาวุธยุทโธปกรณ์และกระสุน เครื่องบิน รถหุ้มเกราะ เครื่องบินขับไล่ ตลอดจนเทคโนโลยีล้ำสมัยสารพัดในมิติของเธอ ล้วนเป็นของที่เธอได้มาจากเขา แน่นอนว่าได้มาฟรี ๆ
ส่วนสาเหตุน่ะหรือ...
ก็เพราะฟูจิ่งเย่แพ้พนันน่ะสิ
เขาแพ้ถึงขั้นยกโรงงานผลิตอาวุธที่มีสินค้าพร้อมส่งมอบให้เธอถึงสองแห่ง
