ซูเนี่ยนเวย์ได้ฟังเหวินซูหรงพูดถึงเรื่องผีหลอกแล้วกลับมีสีหน้าสงบนิ่ง ราวกับไม่สะทกสะท้าน
เพราะผีพวกนั้น เธอเป็นคนส่งไปเอง
ดังนั้นถึงเหวินซูหรงจะไม่เล่า เธอก็รู้ว่าเมื่อคืนเฮ่อเสี่ยวเยว่กับแม่อู๋ต้องเผชิญกับค่ำคืนแบบไหน รับรองว่าพวกหล่อนจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต!
แต่เธอไม่มีทางใจอ่อน และยิ่งไม่มีทางรู้สึกผิด
อย่างไรเสีย คนที่เริ่มก่อเรื่องก่อนก็คือเฮ่อเสี่ยวเยว่กับแม่อู๋
ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่ ถังชิวจวี้ก็พาลูก ๆ มาถึง
“โอ๊ย ฉันนึกว่าตัวเองมาเร็วแล้วนะ ที่ไหนได้ ซูหรงมาถึงก่อนฉันอีก!” ถังชิวจวี้เดินยิ้มเข้ามาในลานบ้าน
พอเข้ามาในลาน เธอก็เดินตรงไปหาซูเนี่ยนเวย์กับเหวินซูหรง
ซูเนี่ยนเวย์เงยหน้ามองเธอ “พี่สะใภ้ เข้ามานั่งในบ้านเร็วค่ะ”
ระหว่างพูด เธอก็เหลือบมองเด็กสองคนที่เดินตามหลังถังชิวจวี้มา คนหนึ่งโตกว่า อีกคนเล็กกว่า ทั้งคู่เป็นเด็กผู้ชาย
“น้องสาวไม่ต้องห่วงฉันหรอก ฉันมาช่วยงานน่ะ ยังมีผักอะไรต้องล้างอีกไหม? ฉันล้างเอง” ถังชิวจวี้ถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
พูดจบ เธอก็ตบหัวลูกชายทั้งสองเบา ๆ ให้พี่น้องรีบทักทายคนอื่น
“เจ้าตัวแสบ ยืนงงอยู่ทำไม เรียกคุณอาสิ!”
“สวัสดีครับคุณอา!”
พี่น้องทั้งสองถูกแม่ตัวเองตบหัวถึงได้สติ รีบเอ่ยทักทาย จากนั้นเจ้าคนเล็กก็พูดกับแม่ว่า “แม่ครับ ผมกับพี่ชายอยากไปเล่นกับพี่เทียนฉีพวกเขา”
ถังชิวจวี้โบกมือ “ไปเถอะ ๆ แต่อย่าไปไกลล่ะ”
“อีกอย่าง ห้ามแอบหนีออกจากค่ายทหาร ได้ยินไหม ไม่อย่างนั้นแม่จะตีขาพวกแกให้หักแน่!”
“รู้แล้วครับ!”
พอซูเนี่ยนเวย์ได้ยินก็รีบวางผักในมือลงแล้วลุกขึ้น “พวกเธอสองคนรอก่อน”
พูดจบ เธอก็รีบเดินเข้าไปในห้อง
เธอหยิบถุงขึ้นมา คว้าลูกอมนมสองกำมือกับขนมขบเคี้ยวอีกเล็กน้อยออกมายื่นให้พี่ชาย “เอ้า เอาไปกินกับพี่เทียนฉีพวกเขานะ อย่ากินลูกอมหมดทีเดียวล่ะ เหลือไว้สักสองสามเม็ดค่อยกินพรุ่งนี้ กินลูกอมมากเกินไปไม่ดีต่อฟัน”
