“ไม่ต้อง ผมจัดการเรียบร้อยหมดแล้ว”
สิ้นเสียงพูด ฟูจิ่งเย่ก็เดินเข้ามาในห้องรับแขก
“จัดการอะไรเรียบร้อยแล้ว?” แม่ฟู่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองเขา
ทุกคนต่างก็หันไปมองเขาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
ฟูจิ่งเย่จึงพูดซ้ำอีกครั้ง สุดท้ายก็เรียกเสียงหัวเราะหยอกล้อจากทุกคนได้
“เจ้าสาม นายคงไม่ได้นอนทั้งคืนเลยสินะ?”
“ดูพลังเหลือเฟือของอาสิ ต้องใช่แน่ ๆ เลย...”
คืนก่อนวันแต่งงานของเขาเมื่อปีก่อน เขาเองก็ตื่นเต้นจนพลิกตัวไปมาบนเตียงทั้งคืน
เอาเป็นว่าไม่มีแก่ใจจะนอนเลยสักนิด
เขาพลิกตัวไปมาบนเตียงอยู่อย่างนั้นหลายชั่วโมง จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้นถึงตีสี่ครึ่งจึงลุกขึ้นอย่างกระปรี้กระเปร่า
เห็นว่าเขายังดูมีชีวิตชีวาดี เพียงแต่ตัวชุ่มไปด้วยเหงื่อ แม่ฟู่จึงรีบโบกมือ
“พอแล้ว ๆ รีบกลับห้องไปอาบน้ำอุ่นซะ!”
“ถ้ายังมีแรงเหลือเฟือ เดี๋ยวล้างหน้าแปรงฟันแต่งตัวเสร็จแล้ว ก็พาหลานชายไปยืมโต๊ะเก้าอี้จากบ้านป้าเซี่ยกับป้าฉินมาหน่อย”
บ้านพวกเขามีโต๊ะกลมใหญ่สองตัวกับโต๊ะสี่เหลี่ยมหนึ่งตัว ซึ่งไม่พอใช้
เพราะฝ่ายตระกูลฟู่กับฝ่ายตระกูลหัวมีญาติมิตรเยอะมาก
อีกเดี๋ยวพอผู้ใหญ่ในบ้านมาถึง ก็ต้องเชิญให้ดื่มชาสักถ้วยก่อน แล้วค่อยกินบัวลอยสักสองสามลูกเพื่อรับสิริมงคล
อีกอย่าง โต๊ะสี่เหลี่ยมต้องเอาไปตั้งไว้ในลานสำหรับจดบันทึกของขวัญ ทุกครั้งที่บ้านจัดงานเลี้ยงมงคล ก็จะใช้สมุดบัญชีแยกต่างหากจดไว้ว่าแต่ละบ้านให้ของขวัญเท่าไร คราวหน้าถึงตาบ้านอื่นจัดงานจะได้ตอบแทนถูก
พอเป็นแบบนี้ โต๊ะกลมสองตัวก็ยิ่งไม่พอใช้
