“พ่อ หนูเป็นลูกคนเดียวของพ่อนะ อีกไม่นานหนูก็ต้องไปภาคตะวันตกเฉียงเหนือแล้ว พ่อให้สินเดิมหนูน้อยขนาดนี้ ไม่สงสารที่หนูต้องไปลำบากหรือคะ?”
เดิมทีเซิ่งกั๋วต้งแต่งงานก็เพราะหมายตาทรัพย์สินของตระกูลเฉิง
แต่เขากลับยังคิดจะเกาะกินบ้านเมีย ทั้งยังทำตัวเป็นฝ่ายคุมเกม
ตอนที่ยังเป็นหนุ่มยากจน เขาแสนอ่อนโยนกับแม่ของเจ้าของร่างเดิม ทั้งยังยอมก้มหัวให้ลูกสาวอย่างเจ้าของร่างเดิมทุกอย่าง
แต่หลังจากได้ตาเจ้าของร่างเดิมช่วยดันให้ขึ้นเป็นผู้อำนวยการโรงงาน เขาก็เปลี่ยนไปทันที
หลังเริ่มเชิดหน้าได้ ก็เลี้ยงดูญาติพี่น้องทั้งบ้านที่บ้านเกิดโดยไม่สนใจเสียงคัดค้าน
ท้ายที่สุดยังวางอำนาจรับครอบครัวพี่สะใภ้ใหญ่มาอยู่ด้วย
เดิมทีตระกูลเฉิงคิดว่า หากดีกับลูกเขย ลูกเขยก็จะดีกับลูกสาวของตน เฉิงเป่าจูจะได้มีความสุขไปตลอดชีวิต
แต่ความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น
ช่วยผู้ชายที่แต่งงานเข้าบ้านฝ่ายหญิงเพราะหวังเกาะกิน สุดท้ายก็มีแต่จะถูกฮุบสมบัติทั้งบ้าน
มีทรัพยากรขนาดนั้น สู้สนับสนุนลูกสาวตัวเองโดยตรงยังดีกว่า
แต่ตอนนี้จะพูดอะไรไปก็สายเกินไปแล้ว
เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้ ก็จัดการพวกสารเลวก่อนแล้วกัน!
เซิ่งเซี่ยเงยหน้ามองเซิ่งกั๋วต้ง ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว
สมกับเป็นจิ้งจอกเฒ่าที่รู้จักยืดได้หดได้ เซิ่งกั๋วต้งยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย เพียงเอ่ยอย่างลำบากใจว่า
“เซี่ยเซี่ย พ่อจะทำใจให้ลูกไปลำบากได้ยังไง แต่ลูกต้องขนของไปคนเดียวตั้งมากมาย...”
“จริงสิ”
เซิ่งเซี่ยเหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้ จึงพูดต่อทันทีว่า
“ของตั้งเยอะ หนูขนไปคนเดียวไม่ไหวจริง ๆ ส่งไปรษณีย์ก็ต้องเสียเงินก้อนใหญ่เหมือนกัน”
“เอาอย่างนี้ พ่อให้เงินสดหนูมา 6,000 หยวน บวกกับเงิน 2,000 หยวนกับคูปองธัญพืช 1,200 ชั่งที่ฟู่ชางเย่ส่งมา รวมเป็นเงิน 10,000 หยวนกับคูปองธัญพืช 1,500 ชั่ง”
“หรือพ่อจะยกเงินที่มีให้หนูทั้งหมดก็ได้!”
“ยังไงลูกสาวคนเดียวของพ่อก็กำลังจะไปแล้ว เงินอยู่กับหนูเหมาะที่สุด จะได้ไม่ต้องปล่อยให้พวกคนอกตัญญูใจดำที่คิดแต่จะเอาเปรียบมาคอยจ้อง!”
เซิ่งกั๋วต้ง “...” ถึงจะไม่ได้เอ่ยชื่อใคร แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกเหมือนโดนด่าอยู่ตลอดนะ?
สีหน้าของคนอื่นยิ่งดูแย่กว่าเดิม
ทุกคนในที่นั้นรู้ตัวกันถ้วนหน้า
เซิ่งเซี่ยหัวเราะเย็นชาในใจ สีหน้ายังคงจริงจังเช่นเดิม
“พ่อ พูดอะไรสักอย่างสิคะ”
เซิ่งกั๋วต้ง “...”
ทำไมเขาถึงไม่เกิดมาเป็นใบ้กันนะ?
จะให้พูดอะไร?
ตอนนี้เขาไม่อยากพูดสักคำ!
เซิ่งเซี่ยพูดไม่กี่ประโยคก็ทำให้เซิ่งกั๋วต้งโมโหจนแทบกระอัก
แต่ตอนนี้เขายังต้องประคองสถานการณ์กับเซิ่งเซี่ยไว้ จะด่าออกมาตรง ๆ ก็ไม่ได้
เสี่ยวหรูพูดไม่ผิดเลย ลูกสาวคนนี้ไม่ได้รับข้อดีของเขามาแม้แต่นิดเดียว ถูกคนทั้งตระกูลเฉิงตามใจจนเสียคน หมดทางเยียวยาแล้วจริง ๆ!
เขาสูดหายใจลึก ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลงว่า
“เงินที่พ่อมีอยู่ไม่มากขนาดนั้น ไม่ใช่ว่าพ่อไม่อยากให้ลูก...”
เซิ่งเซี่ยพูดขัดขึ้นทันที “พ่อคงไม่ได้เอาเงินของบ้านเราไปเลี้ยงพวกที่กินแรงคนอื่นทั้งบ้านจนหมดแล้วหรอกนะ?”
“ถ้าเป็นแบบนั้น หนูจะไปคุยกับคณะกรรมการชุมชนให้รู้เรื่อง!”
เซิ่งกั๋วต้งจนปัญญา ทำได้เพียงรวบรวมเงิน 10,000 หยวนให้เธอก่อน
คูปองธัญพืชมีไม่พอ เขาจึงให้ไปแค่ 500 ชั่ง ส่วนที่เหลือใช้เงินสด 1,000 หยวนชดเชย
พอได้เงิน คูปอง และสมุดบัญชีธนาคารมาอยู่ในมือ เซิ่งเซี่ยก็รีบเก็บอย่างระมัดระวังทันที
เมื่อเห็นเงินกับคูปองเข้าไปอยู่ในกระเป๋าเธอ เซิ่งกั๋วต้งก็โกรธจนอกกระเพื่อมแรง พูดอะไรไม่คิดว่า
“คิดบัญชีกันละเอียดขนาดนี้ งั้นเขียนหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์พ่อลูกไปเลยดีไหม!”
พอได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของหลิ่วเสี่ยวหรูกับคนอื่น ๆ ก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
ถ้าตัดขาดกันแล้ว ต่อไปพวกเขาก็จะอยู่ที่นี่ได้อย่างเปิดเผยมากขึ้น
เซิ่งเซี่ยเห็นทุกอย่างอยู่ในสายตา
ความจริงแล้วในใจเธอตื่นเต้นมาก
แต่ยิ่งตื่นเต้นก็ยิ่งต้องทำตัวระมัดระวัง
ตอนนี้เธอต้องแสดงท่าทีอาลัยอาวรณ์ให้ได้!
ถ้าเธอแสดงท่าทางดีใจออกมา หลิ่วเสี่ยวหรูและคนอื่น ๆ ต้องสงสัยแน่ แถมยังทำให้เซิ่งกั๋วต้งระแวดระวังด้วย
เซิ่งเซี่ยจึงแสร้งทำตาแดง เรียนแบบท่าทางของเจ้าของร่างเดิม ทำหน้าเสียใจแต่ยังปากแข็งว่า
“พ่อ ทำแบบนี้ได้ยังไง...”
พูดถึงตรงนี้เธอก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วหลิ่วเสี่ยวหรูก็สอดแทรกขึ้นมาอย่างแนบเนียนจริง ๆ
“เซี่ยเซี่ย พ่อเธอพูดไปเพราะโมโห เขียนก็เขียนไปสิ พวกเราไม่ยอมรับก็จบแล้ว ถ้าไม่ยอมรับก็ไม่มีผลหรอก”
แววคาดหวังวาบผ่านดวงตาของเซิ่งเซี่ย “จริงเหรอคะ?”
หลิ่วเสี่ยวหรูกับพวกสบตากัน ก่อนพยักหน้าตอบว่า
“จริงสิ จริงแน่นอน”
ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น
เซิ่งกั๋วต้งคิดว่าแค่เขียนหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์มาขู่เซิ่งเซี่ย ส่วนหลิ่วเสี่ยวหรูกับพวกก็คิดว่าหลอกให้พ่อลูกคู่นี้แตกหักกันได้สำเร็จแล้ว
มีเพียงเซิ่งเซี่ยที่รู้ว่าตัวเองดีใจจริง ๆ
พรุ่งนี้เธอจะไปลงประกาศในหนังสือพิมพ์
ตัดขาดกันให้เด็ดขาดไปเลย
เซิ่งกั๋วต้งมองเซิ่งเซี่ยด้วยแววตาซับซ้อน “คราวนี้พอใจแล้วใช่ไหม กลับห้องไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ไปสลับงานกับลูกพี่ลูกน้องของลูก”
พอใจเหรอ?
เซิ่งเซี่ยยิ้ม นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
งาน บ้าน รวมถึงเงินกับคูปองที่พวกเขาเอามาจากตระกูลเฉิง ได้มาอย่างไรก็ต้องคายคืนให้เธออย่างนั้น!
เซิ่งกั๋วต้งเก็บข้าวของอยู่ จู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นได้จึงชะงัก ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
“เซี่ยเซี่ย ลูกต้องรู้นะว่าพ่อรักลูกกับแม่ที่สุด เรื่องที่ลูกจะไปภาคตะวันตกเฉียงเหนือน่ะ พ่อจะไปคุยกับพวกน้าชายให้เอง ถ้าลูกไม่ชอบพวกเขาก็ไม่ต้องฝืนไปหรอก”
น้าชายเหรอ?
เซิ่งเซี่ยพลันนึกขึ้นได้
ตาของเจ้าของร่างเดิมเสียชีวิตไปแล้ว แต่ยายกับคนอื่น ๆ ยังอยู่
ปีนี้ยายอายุ 65 ปี มีลูกชายสี่คนกับลูกสาวสองคน
เฉิงเป่าจู แม่ของเจ้าของร่างเดิม เป็นลูกคนเล็กของบ้าน
น้าชาย น้าสะใภ้ และน้าหญิงต่างก็รักเจ้าของร่างเดิมมาก
ตอนแม่ยังมีชีวิตอยู่ ทั้งสองบ้านไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนกับฤดูหนาว เจ้าของร่างเดิมก็ไปอยู่บ้านน้าชายเสมอ
หลังแม่เสียเมื่อสามปีก่อน พ่อก็ตั้งใจตัดเจ้าของร่างเดิมออกจากครอบครัวน้าชาย
เขาล้างสมองเจ้าของร่างเดิมว่า ครอบครัวน้าชายไม่ดี มีเพียงพ่อเท่านั้นที่เป็นญาติสนิทที่สุด
หลังแม่ของเจ้าของร่างเดิมจากไป ครอบครัวน้าชายถึงเพิ่งตระหนักว่าเลี้ยงลูกสาวตามใจเกินไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเธอจะไร้เดียงสาจนถูกคนหลอกได้ง่าย
ดังนั้นทุกครั้งพวกเขาจึงตั้งใจอบรมสั่งสอนเจ้าของร่างเดิมอย่างดี
แต่เจ้าของร่างเดิมถูกตามใจจนเสียคน
ประกอบกับการยุยงของพ่อและการประจบเอาใจจนเสียคนของป้าสะใภ้ใหญ่ เธอจึงรับคำสั่งสอนที่ฟังแล้วไม่เข้าหูเหล่านั้นไม่ได้
นานวันเข้า เธอก็ยิ่งเกลียดครอบครัวน้าชาย
หลังจากนั้นแทบไม่ได้ไปมาหาสู่กันอีก
ครอบครัวน้าชายเศร้าโศกเสียใจกับการตายของแม่ สุขภาพก็ย่ำแย่ลงไปมาก
ปีนี้เรี่ยวแรงของพวกเขาลดลงอย่างเห็นได้ชัด
เพราะเหตุนี้เอง เซิ่งกั๋วต้งถึงกล้าลอบทำเรื่องไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับเจ้าของร่างเดิม
ในนิยายต้นฉบับ หลังยายรู้ว่าเจ้าของร่างเดิมถูกหมูกัดตาย ก็สิ้นใจลงตรงนั้นทันที
น้าชายหลายคนขับรถไปเก็บศพเจ้าของร่างเดิม แต่ระหว่างทางกลับเจอดินถล่มจนเสียชีวิตอย่างน่าอนาถ
ท้ายที่สุดเซิ่งกั๋วต้งก็แสร้งทำเป็นโศกเศร้าอยู่นาน
ท่ามกลางเสียงสรรเสริญเยินยอ เขากับหลิ่วเสี่ยวหรูก็ค่อย ๆ โอนทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลเฉิงมาเป็นชื่อของตัวเองอย่างเงียบ ๆ
สุดท้ายเขาก็แต่งงานกับหลิ่วเสี่ยวหรู
หลังแต่งงาน ทั้งคู่มีลูกแฝดชายหญิงหนึ่งคู่
ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขสมบูรณ์
พอคิดถึงตรงนี้ เซิ่งเซี่ยก็กำหมัดแน่นจนข้อนิ้วลั่น
ตอนนี้เธออยากให้คนพวกนี้ตายไปให้หมด!
เมื่อเห็นสีหน้าเซิ่งเซี่ยดูไม่ปกติ เซิ่งหลานก็กลัวว่าเธอจะรับเงินกับคูปองไปแล้วไม่ทำตามที่ตกลง จึงลองหยั่งเชิงถามว่า
“เซี่ยเซี่ย เรื่องงาน...”
พูดจบเธอก็ทำตาแดง มองเซิ่งกั๋วต้งอย่างน่าสงสาร พร้อมส่งสายตาขอความช่วยเหลือ
เซิ่งกั๋วต้งหันมาพูดว่า “เรื่องงานต้องรีบจัดการ พรุ่งนี้เช้าไปทำเรื่องให้เรียบร้อย”
เซิ่งเซี่ยเลิกคิ้ว “วางใจเถอะค่ะ” ไม่สลับให้แน่นอน
พูดจบเธอก็หันกลับเข้าห้อง ปิดประตูจากด้านใน
เธอแทบรอไม่ไหวที่จะดูมิติของตัวเอง
แต่ทันทีที่ล็อกประตู ก็ได้ยินเสียงผู้ชายไพเราะอ่อนโยนดังมาจากหน้าต่าง—
