ทุกคนต่างกังวลเรื่องของเซิ่งเซี่ย และเธอก็มองเห็นความห่วงใยเหล่านั้นอยู่ในสายตา
นี่เป็นปัญหาที่เธอครุ่นคิดมาตลอดตั้งแต่ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย
ต่อจากนี้เธอควรไปใช้ชีวิตที่ไหน?
บรรดาลุงต่างก็มีชีวิตของตัวเอง ส่วนยายก็อายุมากแล้ว
เธอจะมาพักอยู่ที่นี่ชั่วคราวก็ได้ แต่จะอยู่ยาวคงไม่เหมาะ
เธอรู้ดีว่าความใกล้ชิดนานวันเข้าก็อาจกลายเป็นความเบื่อหน่าย
ถึงป้าจะดีกับเธอแค่ไหน แต่ก็ไม่มีสายเลือดเกี่ยวข้องกัน การอยู่ที่นี่ตลอดคงไม่เหมาะสม
แต่จะให้ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวก็ไม่ไหวเหมือนกัน
ผู้หญิงสวยที่ยังโสด ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็กลายเป็นเป้าสายตาของคนอื่นได้ทั้งนั้น
ยิ่งไปกว่านั้น อีกไม่นานยุคสิบปีอันน่าสะพรึงกลัวที่ทุกอย่างถูกแบ่งเป็นขาวกับดำก็จะมาถึง
สิ่งต่าง ๆ ถูกตัดสินว่ามีประโยชน์หรือเป็นภัย ความคิดแบบสุดโต่งและอุดมการณ์จะปกคลุมไปทุกซอกทุกมุม จนผู้คนไม่มีที่ให้หลบหนี
ต่อให้เธอพยายามปรับตัวอย่างระมัดระวังแค่ไหน ก็ไม่มีทางลบสิ่งที่แปลกแยกจากยุคสมัยนี้ออกไปจากตัวได้ทั้งหมด
แค่คิดถึงชีวิตแบบนั้นก็รู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออกแล้ว
ยิ่งเธอเคยอ่านต้นฉบับมาก่อน ก็ยิ่งรู้ว่ายุคนี้น่ากลัวแค่ไหน
“ทำลายประเพณีเก่า วันตรุษจีนไม่หยุดงาน”
“วันที่สามสิบก็ไม่หยุด วันที่หนึ่งทำงานต่อ”
“โค่นพวกนายทุน กวาดล้างปีศาจและภูตผีทุกชนิด!”
“สู้กับฟ้า สนุกไม่มีที่สิ้นสุด....!”
......
คำขวัญสุดโต่งผุดขึ้นมาไม่ขาดสาย
ก่อนกินข้าวและหลังกินข้าวก็มีแต่เสียงท่องคำคม ออกไปข้างนอกก็เจอแต่คนคอยจับผิด
