ลูกพี่ลูกน้องสาวกับพี่น้องสองคนนั่นจัดการเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็แค่รอให้ไอ้ผู้ชายเฮงซวยติดกับ
เซิ่งเซี่ยเหลือบมองเวลา
สิบโมงเช้า
เธอยกมุมปากขึ้น ก่อนหันไปซื้อของที่สหกรณ์มาหลายอย่าง แล้วนั่งรถสามล้อเครื่องไปบ้านยาย
รถสามล้อเครื่องเสียงดังมาก
พอขับออกไปก็มีควันโขมง แถมสั่นสะเทือนจนแทบสะเทือนไปทั้งคัน
สมกับเป็นรถเด้งดึ๋งจริง ๆ
บ้านยายอยู่ไม่ไกล จ่ายเงินสองเหมา ก็ไปถึงหน้าบ้านแล้ว
ตอนเซิ่งเซี่ยมาถึง ยายกำลังนั่งเด็ดผักอยู่ในลานบ้าน
พอเห็นเธอเดินเข้ามา ยายก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
พอตั้งสติได้ แววตาก็เปล่งประกายทั้งตื่นเต้นทั้งดีใจขึ้นมาทันที “โอ๊ย! หลานสาวคนโปรดของยายกลับมาแล้ว!”
“กินข้าวหรือยัง ยายจะต้มไข่ใส่น้ำตาลทรายแดงให้กิน!”
เซิ่งเซี่ยยิ้มจนตาหยี “ยาย หนูกินมาแล้วค่ะ”
พูดพลางวางของลงบนโต๊ะ
ยายถึงเพิ่งสังเกตว่าเธอถือของมาด้วย
ดวงตาพลันแดงก่ำ ก่อนจะเอ็ดอย่างเอ็นดู
“แค่หลานมาก็ดีแล้ว คราวหน้าไม่ต้องเอาของมานะ”
หลานสาวคนนี้เคยมาบ้านมือเปล่าตลอดไม่ใช่หรือ
เด็กสาวที่ไม่เคยรู้จักกาลเทศะ จู่ ๆ ก็รู้ความขึ้นมาเสียอย่างนั้น...
ไม่รู้ว่านึกถึงอะไร หญิงชราถึงกับตาแดง
แต่พอนึกได้ว่าหลานสาวไม่ชอบเห็นยายร้องไห้ ยายก็ฝืนกลั้นน้ำตาไว้
แล้วยิ้มถามว่า “กลางวันนี้อยากกินอะไรล่ะ”
พวกคุณน้าของเจ้าของร่างแยกบ้านกันไปหมดแล้ว
ยายอยู่กับลูกชายคนเล็ก สะใภ้คนเล็กไม่ได้ทำงาน จึงดูแลทั้งในบ้านนอกบ้าน ยายไม่ต้องทำอะไร ชีวิตก็ถือว่าสบายอยู่บ้าง
แต่ความเจ็บปวดของแม่ที่ต้องส่งลูกก่อนวัยนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะทนรับไหวได้ง่าย ๆ
เซิ่งเซี่ยมองหญิงชราตรงหน้า
