หลินหงเหมยไม่มีความสุขมาสองสามวันแล้ว
ทั้งที่เพิ่งย้ายมาอยู่กับสามีเหมือนกันแท้ ๆ แต่บ้านฝั่งตรงข้ามเยื้องไปกลับจัดงานเลี้ยงต้อนรับเสียเอิกเกริกขนาดนั้น
ถ้าบ้านเธอไม่จัดบ้างก็คงดูไม่จืด
สามีสู้สามีบ้านนั้นไม่ได้ตรงที่ไม่รู้จักเอาใจเธอก็ช่างเถอะ แต่ถ้าจัดงานเลี้ยงยังสู้ไม่ได้อีกจะหมายความว่ายังไง?
ไม่ได้การแล้ว
เธอจะยอมให้เซิ่งเซี่ยข่มไม่ได้เด็ดขาด!
คิดแล้วก็ไปหาย่าเสียหน่อย “แม่คะ บ้านเราเพิ่งย้ายมาอยู่เขตบ้านพักครอบครัวทหารพร้อมกับบ้านฝั่งตรงข้าม พวกเขาจัดงานเลี้ยงได้ดีขนาดนั้น...”
ใครจะคิดว่าหวังชุ่ยฮวาจะไม่คล้อยตามเลยสักนิด แถมยังไม่เปิดช่องให้พูดต่อ “ทำดีขนาดนั้นแล้วได้อะไรขึ้นมา? ใครเขาสนกัน! มีแต่จะเปลืองเสบียง นี่มันพวกใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายชัด ๆ”
น้ำเสียงยังเจือความสะใจอยู่หลายส่วน
บ้านไหน ๆ ก็ได้รับการปันส่วนน้ำมัน เกลือ ซีอิ๊วและน้ำส้มสายชูทั้งนั้น พอพวกนั้นกินหมดแล้วคอยดูว่าจะอดอยากปากแห้งกันยังไง!
เห็นอย่างนั้น หลินหงเหมยก็เอ่ยขึ้นตรง ๆ “แม่คะ เราสองบ้านย้ายมาพร้อมกัน พวกเขาจัดงานแต่เราไม่จัด แล้วคนในเขตบ้านพักครอบครัวทหารจะมองเรายังไง? ต้าซานออกไปข้างนอกก็ต้องโดนคนหัวเราะเยาะแน่”
พอได้ยินเช่นนั้น หลี่ชุ่ยฮวาก็ชะงักไป “พวกเขาจะหัวเราะเยาะต้าซานเหรอ?”
หลินหงเหมยพยักหน้าหงึก ๆ “ใช่แล้วค่ะแม่ เราต้องรักษาหน้าตัวเองบ้างสิคะ เราก็จัดงานกันเถอะ อย่างมากฉันก็แคะเมล็ดทานตะวันเพิ่มอีกสองสามวัน!”
คนเรามีชีวิตอยู่ก็เพื่อรักษาศักดิ์ศรี
เป็นสะใภ้ที่เพิ่งย้ายมาอยู่กับสามีเหมือนกัน เซิ่งเซี่ยจัดงานแล้ว เธอจะไม่จัดได้ยังไง!
“เออ จริงด้วย!” หวังชุ่ยฮวาเพิ่งนึกได้ สีหน้าก็มืดครึ้มลงทันที