เมื่อเห็นฟู่ชางเย่รูปร่างสูงใหญ่กำยำดูดุดัน แถมใบหน้ายังดุร้าย หลี่ชุ่ยฮวาก็อดรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาไม่ได้
แต่พอนึกถึงว่าจะช่วยประหยัดเงิน แถมยังได้กินอาหารดี ๆ ในงานเลี้ยง นางก็ยังรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปหา
หลี่ชุ่ยฮวาถูมือไปมา ยิ้มประจบแล้วพูดว่า
“เสี่ยวฟู่ เสี่ยวฟู่...”
ฟู่ชางเย่จำป้าคนนี้ได้
คนที่เคยรังแกเมียเขา ไม่ว่าจะเป็นใคร เขาจำได้หมด
จู่ ๆ มายิ้มแย้มเข้าหาเขาแบบนี้ ต้องไม่ได้คิดดีแน่!
เขาไม่สนใจ แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน
แต่หลี่ชุ่ยฮวาหน้าหนาเกินกว่าจะยอมแพ้ นางเดินไปขวางหน้าเขาตรง ๆ แล้วรวบรวมความกล้าพูดว่า
“เอ่อ คือว่า ผู้กองฟู่ ป้ามีเรื่องอยากปรึกษาหน่อย”
ฟู่ชางเย่กวาดตามองแขนขาเหี่ยวย่นของอีกฝ่าย
เปราะบางเกินไป ทนหมัดไม่ไหวหรอก
วันหลังเขาต้องไปอัดลูกชายของนางสักยกให้ได้
เขาขมวดคิ้วเบือนสายตา แล้วพูดเสียงเย็นชา
“มีอะไรก็พูดมา”
เสียงทุ้มต่ำของเขาทำให้หลี่ชุ่ยฮวาขาสั่น
แต่พอเห็นว่าเขาหยุดเดิน นางก็แอบลิงโลดอยู่ในใจ
ผู้กองฟู่คนนี้ดูตัวใหญ่ แถมหมัดยังใหญ่จนน่ากลัว สีหน้าก็เย็นชา ดูท่าทางอารมณ์ไม่ดีแบบนี้ ไม่รู้ว่าลับหลังจะซ้อมเมียอยู่หรือเปล่า!
ถ้าพูดเรื่องนี้กับเขา ไม่แน่ว่ากลับไปแล้วเขาอาจจะอบรมเมียตัวเองสักยก
ถึงตอนนั้นเมียเขาก็คงต้องมาทำอาหารเลี้ยงแขกให้นางแต่โดยดีไม่ใช่หรือไง?
ผู้หญิงไม่เชื่อฟัง ก็ต้องสั่งสอนให้บ่อยหน่อย
อย่างคำโบราณว่าไว้ ตีเมียจนยอม เมียก็จะนวดแป้งให้!
หลี่ชุ่ยฮวายิ้มประจบ พูดจาหว่านล้อมว่า “ผู้กองฟู่ พอดีบ้านฉันจะจัดงานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่พรุ่งนี้ ฉันให้เงินเมียคุณสองเหมา อยากให้ช่วยมาทำกับข้าว แต่เธอบอกว่าเหนื่อยแล้วก็ไม่ยอมทำ เงินถึงที่แล้วยังไม่ยอมรับ คุณว่ามีเมียขี้เกียจแบบนี้ที่ไหนกัน”
