ฟู่ชางเย่หายใจหอบหนัก แววตาร้อนแรง
เมื่อถูกสายตาคู่นั้นจับจ้อง เซิ่งเซี่ยก็ใจสั่นเบา ๆ เธอกัดริมฝีปากล่างอวบอิ่มแดงระเรื่ออย่างแผ่วเบา ไม่ค่อยกล้าสบตาเขาตรง ๆ
เธอพึมพำเสียงเบา
“ไม่รู้เหมือนกันว่าใครจะเป็นฝ่ายถูกจูบจนปากบวมกันแน่”
“บ้าเอ๊ย!” ฟู่ชางเย่ใช้ปลายลิ้นถูเขี้ยวแรง ๆ ก่อนก้าวเข้ามาสองก้าว มือใหญ่คว้าเอวบางนุ่มนิ่มของเธอแล้วยกขึ้นวางบนโต๊ะ
เซิ่งเซี่ยยังไม่ทันตั้งตัว พอเงยหน้าขึ้นก็สบเข้ากับดวงตาล้ำลึกของฟู่ชางเย่
ใกล้เหลือเกิน
ใกล้จนคนตรงหน้าในสายตาพร่าเลือนไปเล็กน้อย
ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจ
ลมหายใจของเขาร้อนผ่าวเหลือเกิน
ชายหนุ่มมองดวงตากระจ่างใสที่ฉายแววลนลานของเธอ ก่อนยกมุมปากหัวเราะเบา ๆ “มา ถ้าแน่จริงก็กัดปากฉันให้แตกสิ”
เสียงของเขาแหบพร่าหนักแน่นออกมาจากลำคอ
เต็มไปด้วยความดิบเถื่อน
วินาทีต่อมา แขนกำยำข้างหนึ่งก็โอบเอวเธอไว้ ส่วนอีกข้างประคองท้ายทอยของเซิ่งเซี่ยแน่น
ริมฝีปากร้อนผ่าวแตะลงบนความนุ่มนวลเย็นเฉียบ
หยุดชะงักไปชั่ววินาที
จากนั้นก็เริ่มจูบอย่างดุดัน ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังคลุ้มคลั่ง เอาแต่ช่วงชิงอย่างบ้าคลั่ง
มือใหญ่ที่เส้นเลือดปูดนูนกุมเอวคอดบางของเธอไว้แน่น ดึงร่างทั้งสองให้แนบชิดกัน
เซิ่งเซี่ยถูกจูบจนแทบหายใจไม่ออก ทำได้เพียงเอนตัวไปด้านหลังอย่างไม่อาจขัดขืน
ต่อมาเธอก็รู้สึกถึงมือใหญ่ที่ราวกับคีมหนีบจับต้นขาซ้ายของเธอ แล้วยกขึ้นเล็กน้อย
ชุดนอนเนื้อนุ่มเลื่อนลงในพริบตา
อากาศค่อย ๆ ร้อนระอุ มือใหญ่ที่ทั้งร้อนผ่าวและทรงพลัง...