ฉินชางเย่าค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ประกายแสงจาง ๆ วูบผ่านดวงตา
“ที่แท้วิชายุทธ์นี้สืบทอดมาจากวิชายุทธ์ระดับราชันนี่เอง!”
เสวียนหลีชะงัก แม้นางจะไม่รู้ว่าฉินชางเย่าคิดค้นสิ่งใดขึ้นมาได้ แต่สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าบรรยากาศรอบกายเขาเปลี่ยนไปแล้ว
เห็นชัดว่าเขายังคงยืนอยู่ที่เดิม
ทว่าในชั่วขณะก่อนหน้านี้ เสวียนหลีกลับสัมผัสได้ถึงไอสังหารเข้มข้นราวกับภูเขาศพทะเลโลหิตแผ่ออกมาจากตัวฉินชางเย่า
ใบหน้าเล็ก ๆ ของเสวียนหลีเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ฉินชางเย่า เมื่อครู่เจ้าเข้าใจอะไรขึ้นมาอีกหรือ?”
ฉินชางเย่ายิ้มบาง ๆ
“ไม่มีอะไร”
“แค่ปรับปรุงวิชาหมัดนี้ให้สมบูรณ์ขึ้นเล็กน้อย”
เสวียนหลี “.......”
เล็กน้อยหรือ?
ตอนนี้พอนางได้ยินฉินชางเย่าพูดคำว่า “เล็กน้อย” ก็ปวดหัวขึ้นมาทันที
คำว่าเล็กน้อยในปากเจ้านี่ ดูท่าจะไม่เหมือนความหมายที่คนอื่นใช้กันเลย
ในตอนนั้นเอง เสียงเยาะเย้ยพลันดังมาจากด้านหลังฉินชางเย่า
“อ้าว”
“นี่มิใช่ซื่อจื่อแห่งตระกูลฉินของพวกเราหรอกหรือ?”
“วันนี้ตะวันขึ้นทางทิศตะวันตกหรืออย่างไร? ถึงได้มาโถงเก็บคัมภีร์ด้วย?”
ฉินชางเย่าค่อย ๆ หันไป เห็นศิษย์หนุ่มหลายคนของตระกูลฉินกำลังเดินมาจากทางบันได
ผู้นำสวมอาภรณ์หรูหรา สีหน้าเย่อหยิ่ง ระหว่างคิ้วเผยแววดูแคลนอย่างไม่คิดปิดบัง
คนผู้นี้ชื่อฉินเฉิงฮ่าว เป็นหลานชายของผู้อาวุโสสามแห่งตระกูลฉิน
ในหมู่คนรุ่นเยาว์ของตระกูลฉิน เขาก็พอมีชื่อเสียงอยู่บ้าง
ปีนี้ฉินเฉิงฮ่าวอายุ 19 ปี บำเพ็ญตนจนเข้าสู่ขั้นหกช่วงต้นแล้ว ปกติเขามักอาศัยอำนาจของผู้อาวุโสสามวางท่าบาตรใหญ่ในตระกูลอยู่เสมอ
