เหลือบมองกำไลข้อมือราคาแพงเส้นนั้น พลางคิดว่าพระเอกอุตส่าห์ให้ของขวัญมา อย่างไรก็ควรขอบคุณสักหน่อย
เหวินชูสวมกำไลข้อมือไว้ แล้วถ่ายรูปส่ง ๆ รูปหนึ่ง ก่อนเปิดหน้าต่างแชตกับซีหลี่เย่และส่งออกไป
【แมวน้อยจอมซน: ซีหลี่เย่ ซีหลี่เย่! ดูสิ ฉันใส่แล้วเป็นยังไงบ้าง? สวยสุด ๆ เลยใช่ไหม?】
ตอนนั้นซีหลี่เย่คุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาเสร็จแล้ว และกลับมาถึงอพาร์ตเมนต์สูงระฟ้าใกล้มหาวิทยาลัย เขาไม่ค่อยพักในหอ เพราะที่นั่นเสียงดัง อีกทั้งเขาค่อนข้างให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนตัว จึงชอบความเงียบและต้องการพื้นที่ที่เป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง
หน้าจอโทรศัพท์บนโต๊ะสว่างขึ้น พร้อมสั่นติดกันหลายครั้ง
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เห็นข้อความจากหญิงสาว แล้วกดดูรูปที่เธอส่งมา
แสงในภาพไม่ได้สว่างมากนัก จุดศูนย์กลางคือข้อมือเรียวขาวข้างหนึ่ง เส้นกระดูกงดงามชัดเจน ผิวดูละเอียดนุ่มนวลเมื่ออยู่ใต้แสงโทนอุ่น ส่วนกำไลข้อมือที่เขามอบให้ก็โอบรับข้อมือนั้นอย่างพอดิบพอดี
สายกำไลเส้นเล็กแทบกลืนหายไปกับประกายผิว มีเพียงหินจันทราและจี้แมวเงินตัวน้อยที่ขดตัวอยู่ ซึ่งส่องแสงนวลละมุนและสงบนิ่งเมื่อกระทบแสงไฟ
【แอล.เย่: อืม】
กลัวเหวินชูจะคิดว่าเขาตอบส่ง ๆ จึงส่งข้อความตามไปอีกประโยค
【แอล.เย่: สวยมาก】
ไม่นานอีกฝ่ายก็ส่งข้อความกลับมา คราวนี้น้ำเสียงแฝงความหยั่งเชิงอย่างเห็นได้ชัด
【แมวน้อยจอมซน: แต่ของขวัญที่คุณให้แพงจังเลย ฉันยังไม่ได้ให้อะไรคุณเลย】
ซีหลี่เย่ยิ้มน้อย ๆ ไม่คิดว่าเหวินชูที่โมโหง่ายจะรู้สึกเกรงใจเป็นเหมือนกัน
เขาตอบกลับ ปลายนิ้วเคาะหน้าจออย่างไม่รีบร้อน
【แอล.เย่: ไม่เป็นไร】
【แอล.เย่: งานร้อยเม็ดพลาสติกเป็นรูปแมวน้อยชิ้นนั้น ถือว่าเป็นของขวัญที่เธอให้ฉันแล้วกัน ฉันชอบมาก】
【แมวน้อยจอมซน: ซีหลี่เย่ คุณชอบแมวมากหรือเปล่า? งานร้อยเม็ดพลาสติกก็เลือกแบบแมวน้อย กำไลข้อมือที่ซื้อให้ฉันก็ยังมีลายแมวด้วย ไม่ยักรู้ว่าคุณเป็นคนคลั่งของนุ่มฟูเหมือนกัน】
เหวินชูสงสัยจริง ๆ ว่าพระเอกสายคลั่งของนิยายต้นฉบับจะชอบของขนฟูนุ่มด้วยหรือเปล่า
ผ่านไปนานมาก ซีหลี่เย่ถึงค่อยส่งข้อความกลับมา
【แอล.เย่: ก็ประมาณนั้น】
บางทีซีหลี่เย่ในวัยเด็กอาจชอบแมวน้อยมาก เขาเคยแอบเลี้ยงไว้ตัวหนึ่ง แต่สุดท้ายแมวน้อยตัวนั้นก็ตายไปด้วยเหตุผลบางอย่าง
ไม่รู้ว่านึกถึงเรื่องอะไร แววตาของซีหลี่เย่พลันหม่นลง บรรยากาศรอบกายก็เปลี่ยนเป็นอันตราย
เช้าวันนี้หญิงสาวที่หดคอ นั่งยอง ๆ อยู่ท่ามกลางหิมะ ก็ไม่เหมือนแมวน้อยน่าสงสารที่กำลังรอให้เจ้าของมารับกลับไปหรือไง
--
เหวินชูนอนแผ่อยู่บนเตียง เธอไม่ได้ใส่ใจคำพูดของซีหลี่เย่มากนัก เพราะตัวเองก็ชอบแมวน้อยเหมือนกัน ตอนที่อยู่บ้านคนเดียว เพื่อนกลัวเธอเหงาจึงเคยส่งแมวน้อยมาให้เลี้ยงเป็นเพื่อน
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไร ประตูหอก็เปิดออก ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าคุ้นเคยและเสียงถุงพลาสติกเสียดสีกัน เซี่ยเหยาหยาว เพื่อนร่วมห้องของเธอกลับมาแล้ว แถมยังมีน้ำใจซื้ออาหารเย็นมาฝากด้วย
“ชูชู ลุกมากินข้าวเร็ว! เดี๋ยวเย็นหมดนะ!” เสียงเซี่ยเหยาหยาวเปี่ยมไปด้วยพลัง
กลิ่นหอมของอาหารลอยมาเตะจมูก ท้องของเหวินชูร้องประท้วงอย่างซื่อตรง เธอดิ้นรนลุกจากเตียง ผมยาวยุ่งเหยิงจากการนอน แล้วค่อย ๆ ปีนลงบันไดเตียง
“ขอบใจนะ เหยาหยาว...” เธอพึมพำขอบคุณ ยื่นมือไปรับกล่องข้าว
แต่พอรับกล่องข้าวมาแล้วเงยหน้าขึ้น กลับสบเข้ากับดวงตาสามคู่ที่เปล่งประกายจนน่าตกใจ แววตาเหล่านั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็น
เซี่ยเหยาหยาว รวมถึงเพื่อนร่วมห้องอีกสองคนที่เดิมทีนั่งยุ่งอยู่หน้าโต๊ะของตัวเองอย่างโจวรุ่ยและหลี่เยว่ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรถึงพากันเข้ามาล้อมเธอไว้
แม้จะเริ่มคุ้นกับเพื่อนร่วมห้องทั้งสามคนแล้ว และไม่เอาแต่หลบอยู่บนเตียงเพราะเข้าสังคมไม่เก่งเหมือนก่อน แต่เหวินชูก็ยังชะงักกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างงุนงง เธอกะพริบตาปริบ ๆ “...?”
เซี่ยเหยาหยาวเป็นฝ่ายลงมือก่อน เธอโน้มตัวเข้ามาใกล้ทันที จ้องริมฝีปากของเหวินชูแล้วกวาดตามองอย่างละเอียดทุกทิศทาง
มองอยู่หลายวินาที บนใบหน้าก็ปรากฏความสงสัยเล็กน้อย ก่อนจะพึมพำเสียงเบา “เอ๊ะ? ไม่มีนี่นา...”
“ไม่มีอะไร?” เหวินชูถูกมองจนรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง
“โธ่ เหยาหยาว เธอดูไม่ละเอียดเลย!” โจวรุ่ยเบียดเซี่ยเหยาหยาวออก แล้วโน้มเข้ามาใกล้บ้าง “ชูชู อย่าขยับนะ ให้ฉันดูหน่อย... คอ! ใช่ ดูที่คอ!”
พูดจบ สายตาของเธอก็เลื่อนต่ำลง เริ่มสำรวจลำคอของเหวินชูที่โผล่พ้นคอเสื้อนอนออกมาเล็กน้อย
ส่วนหลี่เยว่ยืนอยู่ห่างออกไปนิดหนึ่ง มองเหวินชูด้วยสายตาคาดหวังเช่นกัน
เหวินชูถูกพวกเธอมองจนขนลุก จึงหดคอโดยไม่รู้ตัวแล้วดึงคอเสื้อนอนขึ้น “พวกเธอ... ทำอะไรกันน่ะ?”
ในที่สุดเซี่ยเหยาหยาวก็ยืดตัวขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็นจนแทบปิดไม่มิด “ชูชู! ยังจะทำเป็นไม่รู้เรื่องอีก! เช้านี้ออกไปแต่เช้าขนาดนั้น พวกเรานึกว่าเธอมีธุระ แต่พอเห็นกระทู้ในเว็บบอร์ดถึงได้รู้ว่าเธอกำลังคบกับรุ่นพี่ซีหลี่เย่อยู่!”
“กระทู้? กระทู้อะไร?” หัวใจของเหวินชูกระตุกวูบ ลางสังหรณ์ไม่ดีผุดขึ้นมา
“ก็เว็บบอร์ดมหาวิทยาลัยไง! กระทู้ฮิตเลย!” หลี่เยว่ยกโทรศัพท์ขึ้นมา หน้าจอเป็นเว็บบอร์ดของมหาวิทยาลัยอย่างชัดเจน มีกระทู้หนึ่งถูกดันไว้บนสุด พร้อมหัวข้อสีแดงตัวหนา —《ช็อก! เทพหนุ่มเย็นชาคณะการแพทย์ออกเดตกับหญิงสาวยามเช้า ส่อรักเปิดตัว!》
เหวินชู: “???”
นี่มันเรื่องอะไรกัน หัวข้อนี้เอาจริงเหรอ?
เธอรับโทรศัพท์จากหลี่เยว่ ภาพบนหน้าจอเป็นซีหลี่เย่ในเสื้อโค้ตสีดำกำลังโน้มตัวลง ผูกผ้าพันคอให้หญิงสาวที่สวมเสื้อคลุมขนฟูสีขาวจนมิด เห็นเพียงใบหน้าด้านข้างแค่ครึ่งเดียว
ความคิดเห็นด้านล่างมีหลายร้อยข้อความแล้ว
“เชี่ย! ซีหลี่เย่จริง ๆ ด้วย! เขาผูกผ้าพันคอให้คนอื่นเป็นด้วยเหรอ?!”
“นางเอกเป็นใคร? ช่วยสืบที!”
“เหมือนจะเป็น... เหวินชูคนสวยที่ชอบไปไหนมาไหนคนเดียวจากคณะคอมพิวเตอร์หรือเปล่า? ได้ยินว่าเพิ่งได้รับเลือกเป็นดาวคณะคนใหม่ด้วยนะ”
“ใช่ ๆ ๆ! เธอนั่นแหละ! เช้านี้ฉันเห็นพวกเขาแถวโรงอาหารด้วย ยังไปกินข้าวด้วยกันอีก!”
“งั้นซีหลี่เย่คบใครจริง ๆ แล้วเหรอ?!”
“มีแค่ฉันหรือเปล่าที่สังเกตสายตาที่เทพหนุ่มมองเธอ... แคปไว้แล้ว ไปดูกันเอาเอง”
นิ้วของเหวินชูเลื่อนลงอย่างรวดเร็ว เห็นว่ามีคนโพสต์ภาพจับภาพหน้าจอไว้ ในรูปซีหลี่เย่ก้มตามองหญิงสาวตรงหน้า แม้ภาพจะไม่คมชัดนัก แต่สายตาที่จดจ่อและสงบนิ่งนั้น เมื่อมีฉากหิมะเป็นฉากหลังก็ชวนให้คนคิดไปไกลได้ง่ายจริง ๆ
“เห็นไหม ๆ!” เซี่ยเหยาหยาวชี้ภาพจับหน้าจอ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น “พวกเรานึกว่าวันนี้เธอออกไปเดตกัน ยังไงก็ต้องจูบกันแน่ ๆ แต่ดูที่ปากกับคอเธอแล้วไม่มีอะไรเลย ไม่คิดเลยว่าซีหลี่เย่จะสุภาพบุรุษขนาดนี้”
โจวรุ่ยเองก็ทำหน้าทะเล้น “นั่นสิ! ฉากโรแมนติกขนาดนี้ แต่กลับไม่มีสัมผัสใกล้ชิดเลยเหรอ? ไม่สมเหตุสมผลเลย! รีบเล่ามา วันนี้พวกเธอไปทำอะไรกันบ้าง?”
ที่จริงถ้าเป็นเมื่อก่อน เซี่ยเหยาหยาวกับโจวรุ่ยคงไม่เข้ามารุมถามแบบนี้ เพราะแต่ก่อนเหวินชูตาสูง มักมีท่าทีเอาแต่ใจ แววตาก็เจือความดูแคลนคนรอบข้างอยู่เสมอ ความสัมพันธ์กับเพื่อนในหอก็ธรรมดา แต่ช่วงนี้ทุกคนรู้สึกว่าเหวินชูดูเปลี่ยนไปนิดหน่อย
จะให้บอกว่าต่างตรงไหนก็พูดไม่ถูก แค่รู้สึกว่าเธอไม่วางท่าเหมือนแต่ก่อนแล้ว ดูเก็บตัวและเงียบลง ความงุนงงกับความเก้ ๆ กัง ๆ ที่เผยออกมาเป็นบางครั้งกลับทำให้ดูจริงใจน่าเอ็นดู พวกเธอถึงกล้าเข้ามารุมถามเรื่องซุบซิบกันอย่างไม่เกรงใจแบบนี้
เหวินชูถูกเพื่อนร่วมห้องยิงคำถามใส่เป็นชุด แถมยังเดาเรื่องไปไกลจนมึนงง แก้มร้อนผ่าวแทบเอาไปทอดไข่ได้
เธออ้าปาก อยากอธิบาย อยากบอกว่าเรื่องไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเธอคิดเลย
แต่พอคำพูดมาถึงริมฝีปากกลับพูดไม่ออกสักคำ
เพราะตอนนี้ทั้งสองคนกำลังคบกันอยู่จริง ๆ
“ฉัน... พวกเราแค่... กินข้าวกันตามปกติ เดินเล่น แล้วก็ทำงานฝีมืออยู่พักหนึ่ง...” เหวินชูเค้นคำพูดออกมาอย่างฝืดเฝื่อน
“งานฝีมือ?!” เพื่อนร่วมห้องทั้งสามคนประสานเสียง ดวงตายิ่งเป็นประกาย “งานฝีมือของคู่รักเหรอ?! แลกของแทนใจให้กันด้วยหรือเปล่า?!”
เหวินชู: “...” ของแทนใจงั้นเหรอ?
เธอพลันนึกถึงงานร้อยเม็ดพลาสติกของทั้งสองคนขึ้นมา
สุดท้ายเธอก็ถูกเพื่อนร่วมห้องซักไซ้ไม่หยุด จนต้องอธิบายอย่างคลุมเครืออยู่พักใหญ่กว่าจะเอาตัวรอดมาได้ พอกินข้าวเสร็จ เธอก็แทบจะหนีขึ้นเตียงไปทันที รูดม่านเตียงปิด กั้นตัวเองไว้ในพื้นที่เล็ก ๆ ที่ปลอดภัย
ในที่สุดโลกก็กลับมาเงียบสงบเสียที
สมกับเป็นพระเอกในนิยายจริง ๆ แค่คบใครสักคนก็ยังถูกคนจับตามองได้
พอนึกถึงตอนเรียนมหาวิทยาลัยก่อนทะลุมิติมา เธอไม่มีหนุ่มหล่อระดับเทพหรือหนุ่มฮอตประจำมหาวิทยาลัยอะไรทั้งนั้น มีแต่พวกนักศึกษากรรมกรที่ต้องฝืนตื่นไปเรียนคาบเช้าและเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง
เหวินชู: ขอบคุณที่เชิญนะ รู้สึกเหมือนโดนทุนใหญ่จัดฉากใส่เลย
เธอหยิบโทรศัพท์ออกมา เปิดกระทู้ที่ถูกดันขึ้นมาเป็นสีแดงพร้อมสัญลักษณ์คำว่า “ดัง”
กระทู้ฮิตกว่าเมื่อครู่ที่เธอเพิ่งเห็นขึ้นมาอีกมาก
นอกจากภาพผูกผ้าพันคอเมื่อเช้าแล้ว ยังมีคนทยอยเข้ามาเสริมรายละเอียดเพิ่มเติมอีกด้วย
ช่องความคิดเห็นเดือดพล่านไปหมด ตั้งแต่ซีหลี่เย่เข้าเรียนปีหนึ่ง ใบหน้าที่ไร้ที่ติและบรรยากาศเย็นชาสูงศักดิ์รอบตัวก็ทำให้เขากลายเป็นจุดสนใจของทั้งมหาวิทยาลัยในทันที
ตลอดสองปีที่ผ่านมา ไม่รู้มีคนมากมายแค่ไหนที่พยายามเข้าหาเขาทั้งอย่างเปิดเผยและลับ ๆ แต่เทพหนุ่มคนนี้กลับเย็นชาราวกับภูเขาหิมะที่ถูกแช่แข็ง จนเคยมีข่าวลือสะพัดว่าเขาชอบผู้ชายด้วยซ้ำ
ตอนนี้ภูเขาน้ำแข็งลูกนี้ไม่เพียงดูเหมือนจะละลาย แต่ยังเป็นฝ่ายผูกผ้าพันคอให้คนอื่นด้วย เรื่องนี้ทำให้ผู้คนตกตะลึงยิ่งกว่าการได้ยินว่าพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกเสียอีก
เหวินชูมองความคิดเห็นที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วรู้สึกเพียงว่าขมับเต้นตุบ ๆ
แย่แล้ว ดังขนาดนี้ ต่อไปเวลาออกจากหอไปเรียนคงมีคนมองเธอเต็มไปหมดแน่ แค่คิดว่าต้องถูกคนมากมายจับตามอง ภาพตรงหน้าก็มืดวูบแล้ว
ดูท่าพรุ่งนี้ไปเรียนคงต้องใส่หน้ากากอนามัยเสียแล้ว
