“พี่ ผมเป็นผู้ชายทั้งคน แต่ไม่มีเงินติดตัวสักแดง แบบนี้มัน...”
เหออวี่จู้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรวบรวมความกล้าหน้าด้าน ๆ พยายามต่อรองให้ตัวเองได้อะไรบ้าง
แต่ยังไม่ทันพูดจบ ก็ถูกเหออวี่เฟิงถลึงตาใส่จนต้องหุบปาก เขาอ้าปากเหมือนจะพูดต่อ แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าเอ่ยออกมา
“เงินที่ให้ตระกูลเจี่ยยืมไปก็เอาตามที่อวี่สุ่ยจำได้ ส่วนที่เหลือ แกมันคนโง่ คงนึกไม่ออกหรอก”
เหออวี่เฟิงเคาะสมุดเล่มเล็กแล้วพูดว่า “ฉันลองคำนวณดูแล้ว เงินสดรวมกันได้ 572 หยวน 3 เหมา ส่วนข้าวของอื่น ๆ ก็น่าจะประมาณ 300 หยวน รวมดอกเบี้ยกับที่ไม่ได้จดไว้ ปัดเป็น 1,000 หยวนแล้วกัน ให้เวลาแก 3 วัน ไปทวงคืนมา”
“1,000 หยวน?”
เหออวี่จู้ได้ยินแล้วเบิกตากว้างทันที!
ตั้ง 1,000 หยวน นี่มันเงินมหาศาลขนาดไหนกัน?
ตอนนี้เขาได้เงินเดือนละ 37 หยวน 5 เหมา ต่อให้ไม่กินไม่ใช้ตลอดทั้งปี ก็ได้แค่ 450 หยวนเท่านั้น
นี่มากกว่าเงินเดือนสองปีของเขาเสียอีก!
“พี่ พรุ่งนี้ผมจะไปทวงเงินจากตระกูลเจี่ย!”
เหออวี่จู้กัดฟันแน่น กระทืบเท้าอย่างฮึดฮัดแล้วพูดขึ้น
“ได้ ฉันจะคอยดูว่าแกทวงกลับมาได้เท่าไร”
เหออวี่เฟิงพยักหน้า แล้วชี้ไปทางตระกูลเจี่ย “ตอนนี้แกไปขนถ่านอัดแท่งกลับมาก่อน แล้วก่อไฟในเตา เอาไปส่งที่ห้องอวี่สุ่ย”
“ได้เลยพี่!”
เหออวี่จู้พยักหน้า วิ่งไปขนถ่านอัดแท่งจากบ้านตระกูลเจี่ยกลับมาสิบกว่าก้อน แล้วไปหยิบเตา
“พี่ใหญ่ เสื้อบุนวมตัวใหม่ของฉันอุ่นมาก พวกพี่ใช้เตาเถอะ!”
