ตั้งแต่วินาทีที่เหออวี่เฟิงกลับมา เหออวี่สุ่ยก็รู้สึกราวกับกำลังฝันไป
เริ่มจากได้กินของอร่อยที่ไม่เคยกินมาก่อน
จากนั้นคนตระกูลเจี่ยที่เคยรังแกนางกับอี้จงไห่ก็ถูกเหออวี่เฟิงซ้อมจนหมดสภาพ ตอนนี้ยังนอนสลบอยู่บนพื้น
ตอนนี้ในมือยังมีเงินเพิ่มขึ้นมาพันกว่าหยวนอย่างกะทันหันอีก...
เหออวี่สุ่ยรู้สึกแสบจมูกขึ้นมา น้ำตาพรั่งพรูออกมาราวกับเปิดก๊อกน้ำ!
“อย่าร้องไห้เลย สุ่ยเอ๋อร์ เรื่องยังไม่จบหรอก”
เหออวี่เฟิงลูบผมเหออวี่สุ่ย ก่อนหันไปพูดกับยายหูหนวก “ในเมื่อยายจะออกหน้าแทนอี้จงไห่ งั้นฉันจะคุยกับยายให้รู้เรื่องอีกสักหน่อย ผู้อำนวยการหวัง ฟังด้วยนะว่าที่พูดมันมีเหตุผลไหม”
“สหายเหออวี่เฟิง เชิญพูดได้เลยค่ะ”
หวังเหมยพยักหน้า ตั้งท่าพร้อมรับฟัง
“เรื่องที่อี้จงไห่ยักยอกเงินค่าครองชีพที่ลุงใหญ่ของฉันส่งมาให้สุ่ยเอ๋อร์ เป็นเรื่องจริงใช่ไหม?”
เหออวี่เฟิงเหลือบมองอี้จงไห่แล้วพูดว่า “จะหวังดีหรือจงใจ ยังไงเขาก็ไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทนคนอื่น ยิ่งไปกว่านั้น ทุกคนก็เห็นกันอยู่เต็มตาว่าสุ่ยเอ๋อร์กับไอ้โง่นั่นใช้ชีวิตกันมายังไง ต่อให้เอาเงินคืนมาแล้ว ความลำบากที่พวกเขาเจอจะคิดบัญชียังไง?”
“แกก็แค่อยากได้เงินชดเชยไม่ใช่หรือ? ว่ามา จะเอาเท่าไร?”
ยายหูหนวกเชิดคอขึ้น “ฉันจะจ่ายแทนจงไห่เอง!”
“คิดว่าฉันขาดเงินเศษ ๆ ของแกหรือไง?”
เหออวี่เฟิงหยิบห่อผ้าออกจากเป้แล้วคลี่ออก ในนั้นมีทั้งเงินและคูปองที่เขาเก็บสะสมมาตลอดหลายปี
แม้ตัวเขาจะอยู่ทางเหนือของเกาหลี แต่เงินเดือนและเงินเบี้ยเลี้ยงที่ควรได้ก็ไม่เคยขาดสักหยวน ทุกเดือนทางการทหารเกาหลีเหนือจะเป็นผู้จ่ายแทน
