ทหารในยุคนี้ล้วนผ่านสมรภูมิมาแล้วทั้งนั้น
คนที่รอดชีวิตมาได้ ไม่มีใครรู้เลยว่ามีสหายร่วมรบกี่คนที่ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูง
ยิ่งไปกว่านั้น กองทัพขึ้นชื่อเรื่องปกป้องพวกเดียวกันอยู่แล้ว เรื่องรังแกครอบครัวทหารอาจถึงขั้นโดนยิงเป้าได้เลยด้วยซ้ำ!
หากข้อกล่าวหาของเหออวี่เฟิงที่ว่าอี้จงไห่รังแกครอบครัวทหารเป็นจริง อย่างน้อยก็ต้องติดคุกหลายปี
เพราะอย่างนั้น ต่อให้หวังเหมยรู้ว่าอี้จงไห่เป็นคนดูแลยายหูหนวกยามแก่เฒ่า นางก็ไม่กล้าละเลยหน้าที่แม้แต่น้อย
“หลักฐานมีแน่นอน อยู่บนโต๊ะบ้านตระกูลเจี่ย”
เหออวี่เฟิงชี้ไปทางบ้านตระกูลเจี่ยแล้วกล่าวว่า “หัวหน้าหวัง เชิญตามผมมา”
“บ้านตระกูลเจี่ยหรือ?”
หวังเหมยเดินตามเหออวี่เฟิงไปด้วยความสงสัย ยังนึกไม่ออกว่าเขากล่าวหาอี้จงไห่ แล้วเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับบ้านตระกูลเจี่ย
“เหออวี่จู้ ไอ้เวรนี่ มานี่ด้วย!”
พอเดินมาถึงหน้าบ้านตระกูลเจี่ย เหออวี่เฟิงก็หันกลับไปมองเหออวี่จู้แล้วเรียก
เหออวี่จู้สะดุ้งโหยง รีบวิ่งเหยาะ ๆ ตามมา ก่อนยืนตัวลีบอยู่ข้าง ๆ อย่างกับเด็กนักเรียนที่ทำผิดแล้วไม่กล้าหือ
“เหออวี่จู้ ฉันถามหน่อย อาหารพวกนี้มันยังไงกัน”
เหออวี่เฟิงชี้ไปยังอาหาร 4 อย่างในกล่องข้าวบนโต๊ะ ซึ่งแทบจะแข็งเป็นก้อนเพราะลมหนาว
“นี่เป็นกับข้าวเหลือที่ผมเอากลับมาจากโรงงาน ทำไมหรือพี่?”
เหออวี่จู้มึนงง ไม่รู้ว่าเหออวี่เฟิงหมายถึงอะไรกันแน่
“ทำไมหรือ? เหออวี่จู้ ฉันถามว่าเลิกงานแล้วนายกลับมาบ้านเลยใช่ไหม?”
