เหออวี่เฟิงผลักประตูห้องหลักเข้าไป ภายในเก็บกวาดเรียบร้อยพอใช้ แต่ไม่ได้ก่อเตาไฟ อุณหภูมิจึงแทบไม่ต่างจากข้างนอก
เหออวี่จู้กำลังนั่งอยู่ข้างโต๊ะ จิบเหล้าขาวทีละนิดพร้อมกินถั่วลิสงที่เริ่มนิ่มแล้วจานหนึ่ง
“พี่ใหญ่ พวกพี่กลับมาแล้ว!”
พอเห็นทั้งสองคนเข้ามา เหออวี่จู้ก็รีบลุกขึ้นยิ้มแป้นเดินมาต้อนรับ “รีบเข้ามาเถอะ ข้างนอกหนาว”
“ในห้องก็ไม่ได้อุ่นกว่ากันสักเท่าไร”
เหออวี่เฟิงเหลือบมองเตาถ่านเย็นชืดตรงมุมห้อง ก่อนดึงเก้าอี้ออกมานั่ง
เหออวี่สุ่ยทำตัวเหมือนลูกหมาตามติด พาลากม้านั่งเตี้ยตัวเล็กมานั่งชิดเหออวี่เฟิง แขนพาดอยู่บนขาของเขาพอดี
เห็นทั้งคู่สนิทสนมกัน เหออวี่จู้ก็อดเกาศีรษะไม่ได้
ตอนเหออวี่เฟิงติดตามกองกำลังขึ้นเหนือ เหออวี่สุ่ยเพิ่งอายุเจ็ดขวบ ตามเหตุผลแล้วความทรงจำยังไม่น่าชัดเจนนัก
เหออวี่เฟิงเพิ่งกลับมาได้ไม่ถึงครึ่งวัน ทั้งคู่ก็สนิทกันขนาดนี้แล้ว เหออวี่จู้จึงไม่เข้าใจอยู่บ้าง
“พอเข้าหน้าหนาวไม่ได้กักตุนถ่านไว้หรือ?”
เหออวี่เฟิงหยิบซองบุหรี่ออกมา เคาะบุหรี่มวนหนึ่งแล้วยื่นให้เหออวี่จู้ ก่อนถามขึ้นลอย ๆ
“กักตุนน้อยไปหน่อย ใช้หมดเร็ว”
เหออวี่จู้รีบหยิบไม้ขีดมาจุดไฟ เดินเข้ามาจุดบุหรี่ให้เหออวี่เฟิง แล้วจุดของตัวเองสูบไปคำหนึ่งพลางตอบ
“ตระกูลเจี่ยยืมไป”
เหออวี่สุ่ยแทรกขึ้น “ผักดองรับหน้าหนาวก็ถูกตระกูลเจี่ยเอาไปตั้งครึ่งหนึ่ง”
“อวี่สุ่ย พูดเหลวไหลอะไร นั่นเขายืมไป...”
