แน่ล่ะว่าความโกรธนี่มันไม่หายไปง่าย ๆ หรอก...
เซิ่งเวิ่นอินถอนหายใจ ค่อย ๆ วางมือลง แล้วพูดอย่างจนใจ "ไม่มีอะไร"
ชายหนุ่มกวาดสายตากลับมา หัวเราะเย็นชา แล้วเดินจากไปทันที
จนกระทั่งเขาเข้าไปในห้อง ปิดประตูหลังลง เซิ่งเวิ่นอินถึงได้ใช้มือกุมหัวตัวเองด้วยความหงุดหงิด
ที่จริงช่วงนี้หลังจากได้อยู่ด้วยกันมา เธอไม่ได้รู้สึกต่อต้านฉีซื่อเหมือนตอนแรกแล้ว ตรงกันข้าม ในตอนที่ทุกคนไม่สนับสนุนเธอ มีแค่ฉีซื่อนี่แหละ ที่ถึงจะดูเย็นชาแต่ก็ยืนอยู่ข้างเธอเงียบ ๆ หลายครั้ง
เซิ่งเวิ่นอินไม่รู้ว่าฉีซื่อคิดอะไรอยู่ แต่สำหรับเธอแล้ว ท่านอิ่งตี้ผู้สูงส่งคนนี้ เข้ากับคนอื่นง่ายมากจริง ๆ
ก็แค่ตอนที่เขาโกรธนี่สิ ถึงจะเข้ากับสถานะ 'อิ่งตี้' ได้ดี ง้อเท่าไหร่ก็ไม่ง้อหาย
เธอยอมรับนะว่าคำพูดของเธอเมื่อคืนนี้มันเกินไปจริง ๆ
แต่ฉีซื่อก็ไม่น่าจะโกรธนานขนาดนี้เลยนี่
"ขี้งอนชะมัด" เธอพึมพำเบา ๆ แล้วลมหนาวก็พัดมาอีก ร่างกายเย็นเฉียบจนถึงกระดูก เซิ่งเวิ่นอินไม่มีกะจิตกะใจจะขี้เกียจต่อแล้ว รีบหันหลังวิ่งกลับไป
เพิ่งผลักประตูหลังเข้าไป ก็ชนกับใครคนหนึ่ง
"ระวังหน่อยสิ เธอซุ่มซ่ามเป็นเด็ก ๆ อยู่เรื่อยเลยจริง ๆ" เสียงที่แฝงรอยยิ้มของอีกฝ่ายดังขึ้นข้างหู
เซิ่งเวิ่นอินเงยหน้าขึ้นทันที มองเยี่ยเฉิงเฟิงที่อยู่หลังประตูอย่างเย็นชา
ใบหน้าหล่อเหลาของเยี่ยเฉิงเฟิงแฝงรอยยิ้มยียวน "เวิ่นอิน ผมคิดถึงคุณมาก"
"หึ" เซิ่งเวิ่นอินหัวเราะเย็นชา "เป็นบ้าอะไรของคุณ"
"ยังเขินอีกเหรอครับ ผมดูแล้ว ตรงนี้ไม่มีกล้องวงจรปิด ไม่มีคน คุณไม่ต้องแกล้งทำเป็นเกลียดผมหรอก เวิ่นอิน เราคุยกันตามลำพังหน่อยนะ"
