“โอ้? เป็นสัตว์กินฝันตัวนี้อีกแล้ว ดูเหมือนเจ้ายังคงเชื่อมั่นในพลังของมันมากจริงๆ นะ”
เยว่อ้าวอันเมื่อเห็นหลินหรานอัญเชิญสัตว์กินฝันนรกนี้ออกมา ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรมากนัก ราวกับเดาไว้ล่วงหน้าแล้ว
“เกรงกลัวหรือ?” หลินหรานเอ่ยอย่างเรียบเฉย
“เกรงกลัว? ไม่มีทาง ข้าคิดอยู่เพียงว่า หมีน้ำแข็งขั้วโลกของข้าจะต้องใช้หมัดกี่ครั้ง ถึงจะทำให้สัตว์กินฝันของเจ้าบาดเจ็บ”
แม้เยว่อ้าวอันจะรู้ดีว่าสัตว์กินฝันตัวนี้มีร่างกายอมตะ แต่ท้ายที่สุดมันก็มิได้มีมาแต่กำเนิด หากเป็นพลังจากภายนอก ต่อให้กลายพันธุ์ด้วยเหตุนี้ ก็ไม่มีทางที่จะทรงพลังเท่าราชาหมีนรกได้
ต่อให้ฟื้นฟูบาดแผลได้ ก็ต้องมีขีดจำกัดอย่างแน่นอน
ส่วนหมีน้ำแข็งขั้วโลกของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหรือพละกำลัง ล้วนเหนือกว่าสัตว์กินฝันตัวนี้ในทุกด้าน สิ่งเดียวที่ต้องระวังคือคลื่นหมัดพิฆาตที่มันใช้หลังจากสวมเกราะอสูร
แต่ระวังก็คือระวัง ไม่ได้หมายความว่าเยว่อ้าวอันจะไม่มีวิธีรับมือ
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ มุมปากของเขาก็เผยอยยิ้มโดยไม่รู้ตัว
หลินหรานไม่ได้โต้เถียงกับเยว่อ้าวอัน
ที่เขาพูดก็ถูก พลังของร่างกายอมตะนั้นสุดท้ายแล้วมิใช่สิ่งที่สัตว์กินฝันมีมาแต่กำเนิด ต้องใช้เวลาปรับตัวเข้าหากัน
นี่คือเหตุผลว่าทำไมช่วงนี้หลินหรานไม่เรียกสัตว์อสูรตัวอื่นออกมา แต่ใช้สัตว์กินฝันนรกเพียงตัวเดียว
อีกทั้งต่อให้เจอสกิลที่หลบได้ หลินหรานก็ให้สัตว์กินฝันนรกไม่หลบ จุดประสงค์ก็เพื่อให้สัตว์กินฝันนรกควบคุมร่างกายอมตะได้อย่างสมบูรณ์
