“เฮือกๆ ป่าทะเลดารานี่ไม่ได้อยากเข้าเมื่อไรก็เข้าได้ง่าย ๆ หรอกนะ”
เมื่อได้ยินว่าทั้งห้าคนได้นัดหมายกันจะเข้าไปยังป่าทะเลดาราด้วยกัน คนขับรถก็รีบไอเบา ๆ สองครั้ง เอ่ยเตือนขึ้น
“ไม่ใช่ว่ายังต้องไปทำธุระอะไรแบบนั้นหรอกหรือ?” หลินหรานถามต่อ
ถ้าป่าทะเลดาราแห่งนี้มีบทบาทเทียบเท่ากับป่าวายุทะเลขุนเขาจริง แปลว่าแดนมรดกของป่าวายุทะเลขุนเขาก็มีแนวโน้มอยู่ที่นี่เช่นกัน
ดังนั้นไม่ว่าอย่างไร เมื่อการประลองจบลง หลินหรานก็จำต้องเข้าไปในป่าทะเลดาราให้ได้ เพื่อค้นหาที่ตั้งของแดนมรดกป่าวายุทะเลขุนเขา
“เมื่อครู่ก็บอกแล้วว่าป่าทะเลดารามีอาณาเขตกว้างใหญ่นัก สัตว์อสูรข้างในก็ล้นหลาม ดังนั้นข้างในจึงมักปรากฏสัตว์อสูรที่ทรงพลังยิ่ง รัฐบาลจึงกำหนดไว้ว่า หากประสงค์จะเข้าไปยังป่าทะเลดารา สูงสุดทำได้เพียงเคลื่อนไหวอยู่บริเวณชายขอบเท่านั้น”
“ห้ามบุกเข้าไปยังชั้นในโดยไม่แจ้งล่วงหน้าเด็ดขาด มิฉะนั้นอาจก่อเหตุไม่คาดฝันขึ้นได้ ถ้าประสงค์จะท่องเที่ยวในป่าทะเลดารา ก็เพียงเดินเล่นชมบริเวณชายขอบให้ทั่วก็พอ ยังสามารถพบสัตว์อสูรได้อีกมากมาย”
“แต่ถ้าประสงค์จะเข้าไปยังชั้นใน ก็ต้องขึ้นทะเบียน ขั้นตอนนั้นยุ่งยากนัก ข้าเองก็ไม่เคยเข้าไป จึงไม่ทราบขั้นตอนแน่ชัด แต่ได้ยินกันมาว่าต้องลงนามสัญญาความตาย หรือหนังสือปลดเปลื้องความรับผิดแบบนั้น” คนขับอธิบายให้ทุกคนฟังอย่างใจเย็น
“สัญญาความตาย? หนังสือปลดเปลื้องความรับผิด? โอหังเกินไปแล้ว มันอันตรายขนาดนั้นเชียวหรือ!” หลินหรานตกใจขึ้นทันที
