“เชื่อข้าเถิด เจ้าจักต้องพ่ายให้แก่เขาในไม่ช้า”
ซูเสี่ยวพูดจบก็หันไปมองสิงห์เงาเมฆสะเทือนสายฟ้าของตน
เห็นได้ชัดว่าร่างของมันเต็มไปด้วยบาดแผลนานัการ ทั้งสง่าราศียังต่ำต้อยลงจากเดิมมาก ดูท่าความพ่ายชนะจะปรากฏในไม่ช้า
“ข้าต้องชนะ! ห้ามทำให้ท่านหลินผิดหวัง!” ซูเสี่ยวแน่นกำหลับเงียบ ๆ พลันกระแสจิตก็ส่งไปยังสิงห์เงาเมฆสะเทือนสายฟ้าทันที
ฮื้อ!——
เมื่อรับคำสั่งของซูเสี่ยว เกราะอสูรบนร่างสิงห์เงาเมฆสะเทือนสายฟ้าก็เปล่งแสงระยิบระยับ ตามด้วยเสียงร้องของฟีนิกซ์ที่ดังขึ้นลอย ๆ ทำให้ผู้คนทั้งที่ร่วมชุมนุมตื่นตระหนักกันทั้งฉาก
“เสียงร้องของฟีนิกซ์งั้นรึ? สวรรค์จริง ๆ อย่าบอกนะว่าเกราะอสูรของซูเสี่ยวจะเหมือนกับของหลินหรานที่พยัคฆ์อสนีทำลายโลกใช้!”
“เมืองเสวียนจงนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เกราะอสูรทรงพลังขนาดนี้กลับหลั่งไหลอยู่ทั่วไปหมด?”
“ไม่ได้ พอการประลองจบเมื่อไร ต้องไปเมืองเสวียนจงให้ได้ บางทีอาจได้กลับมาพร้อมเกราะอสูรทรงพลังมากมายก็เป็นได้”
เมื่อเห็นเสียงร้องของฟีนิกซ์ดังขึ้นจากร่างของสิงห์เงาเมฆสะเทือนสายฟ้าโดยกะทันหัน ผู้ชมทั้งหมดต่างหน้าตกตะลึงกันถ้วนหน้า
วาระถัดมา ปีกสายฟ้าคู่หนึ่งที่แผ่พลังอสนีก็ปรากฏขึ้นหลังสิงห์เงาเมฆสะเทือนสายฟ้า กางปีกพุ่งขึ้นสู่แดนอากาศทันใด
ถ้าหากก่อนหน้านี้สายเลือดของสิงห์เงาเมฆสะเทือนสายฟ้ายังด้อยกว่าสัตว์อสูรมังกร แต่เมื่อบัดนี้มีการเสริมพลังจากชุดเกราะปีกสายฟ้า พร้อมร่องรอยมนต์แห่งฟีนิกซ์ที่หลงเหลืออยู่ พลังของสิงห์เงาเมฆสะเทือนสายฟ้าจึงพุ่งทะยานขึ้นจนมีท่าทีจะกดขี่สัตว์อสูรมังกรเอาไว้ได้
