จางฉือนั่งอยู่บนตอหินในลานบ้าน มือกำเหรียญเงินแปดเหวินไว้ เหรียญเรียงซ้อนกันทีละเหรียญอยู่กลางฝ่ามือ หนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูก
ตอนกวนหนิงยัดเงินใส่มือเขา น้ำเสียงนางร่าเริงราวกับกำลังปลอบกวนจิ่ง “เอาไว้เป็นเงินใช้จ่ายนะ ใช้ให้น้อยหน่อย อย่าเอาไปใช้สุรุ่ยสุร่าย”
เงินใช้จ่าย
เงินแปดเหวินนี้ไม่ใช่เงินที่เขาหามาได้
แต่เป็นเงินที่นาง “ให้”
ราวกับผู้ใหญ่ให้เด็ก ราวกับนายหญิงให้บ่าว หรือราวกับ...หญิงคนหนึ่งให้ผู้ชายไร้ประโยชน์ที่เลี้ยงดูไว้
ลูกกระเดือกของจางฉือขยับขึ้นลงเล็กน้อย
เขานึกถึงคำพูดที่ได้ยินจากพวกหญิงชาวบ้านบนเขาเมื่อบ่ายวันนี้
“ได้ยินว่าลูกเขยบ้านกวนถึงกับออกจากหมู่บ้านไม่ได้ ถูกขังไว้เหมือนนกในกรงเลย”
“ก็ใช่น่ะสิ แม่ม่ายกวนฉลาดจะตาย กลัวเขาหนีไปน่ะสิ”
“จุ๊ ๆ หนุ่มคนนั้นหน้าตาดีขนาดนั้น น่าเสียดายจริง ๆ”
ปลายนิ้วของจางฉือค่อย ๆ กำแน่นขึ้น เขากอบเหรียญทองแดงไว้ในอุ้งมือจนข้อนิ้วซีดจาง
ในอกเหมือนมีบางสิ่งอุดตันอยู่ บอกไม่ถูกว่าเป็นความน้อยใจ ความไม่สบายใจ หรือความระแวดระวังที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบ ๆ
ความทรงจำว่างเปล่า ไม่ว่าจะพยายามคว้าเท่าไรก็จับอะไรไม่ได้
นิ้วมือของเขาเรียวยาว ซีดขาว ข้อนิ้วเด่นชัด ไม่เหมือนมือของชาวไร่ชาวนาเลยสักนิด
นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่คนในหมู่บ้านเอาไปพูดลับหลัง
“ดูมือคู่นั้นสิ เหมือนมือคนทำงานตรงไหนกัน?”
“คงเป็นคุณชายจากบ้านผู้ดีที่หนีออกมาละมั้ง”
ขณะที่จางฉือกำลังว้าวุ่นใจ กวนหนิงก็ยกน้ำล้างเท้าที่ใช้แล้วออกมาสาดทิ้งหลังบ้าน
“เอากะละมังไปใช้สิ ในหม้อมีน้ำร้อน ถ้าอยากแช่เท้าก็ตักเอาเอง”
ถ้ามีเงื่อนไขพร้อม กวนหนิงก็อยากอาบน้ำเหมือนกัน แต่บ้านกวนไม่มีถังอาบน้ำ
