ชั้นสาม เซี่ยหนานเซียวนั่งตรงข้ามกับเสิ่นจืออิน เมื่อต้องเผชิญกับคนที่เด็กกว่าเขาไม่รู้กี่ปี กลับดูว่านอนสอนง่ายอย่างประหลาด
เขาอ้าปากจะพูดหลายครั้ง แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไร ได้แต่จ้องเธอตาไม่กะพริบ
เสิ่นจืออินหยิบชานมออกมาจากมิติ เสียบหลอดแล้วยื่นให้เขา
“กินอะไรหน่อย ข้ารู้ว่าเจ้าอยากถามอะไร”
ตัวเธอเองก็ยกขวดน้ำขึ้นดื่ม
เซี่ยหนานเซียวรู้สึกตื่นเต้น จึงหยิบของตรงหน้าที่ไม่รู้ว่าคืออะไรขึ้นมา แล้วเลียนแบบเสิ่นจืออินคาบหลอดดูดไปหนึ่งคำ
หวานจัง!
ดวงตาเขาเป็นประกายเล็กน้อย แล้วดูดอีกคำ
เสิ่นจืออินเห็นท่าทางเขาก็ยิ้มออกมา ที่แท้ก็ยังชอบกินของหวานเหมือนเดิม
ต่อให้ตอนนี้จะกลายเป็นหนุ่มใหญ่หน้าตานิ่งขรึมไปแล้ว แต่นิสัยบางอย่างก็ไม่เปลี่ยน
“ตอนที่ข้าทะลวงสู่สวรรค์ไม่สำเร็จ เกิดเรื่องผิดพลาดนิดหน่อย จิตวิญญาณถูกดูดเข้าไปในอีกโลกหนึ่งโดยไม่รู้ตัว”
ในที่สุดเธอก็เริ่มอธิบาย เซี่ยหนานเซียวนั่งตัวตรง
“ที่โลกนั้นข้าไปเกิดใหม่เป็นทารก แต่ไม่รู้ทำไมถึงไม่สูญเสียความทรงจำ”
เซี่ยหนานเซียว: “แต่ท่านอาจารย์ปู่ศิษย์ผู้น้องใช้ตะเกียงวิญญาณเรียกจิตวิญญาณของท่านมาแล้วตอนที่ท่านเพิ่งเสียชีวิต แต่ไม่สำเร็จ”
ถึงแม้จะร่วงหล่นไปยังโลกเล็ก ๆ ก็ไม่น่าจะเป็นเช่นนี้
เสิ่นจืออินเท้าคาง: “โลกอีกโลกที่ข้าพูดถึง ไม่ใช่โลกเล็ก ๆ ใด ๆ ที่สามารถเชื่อมต่อกับทวีปเหิงหยางได้ ที่นั่นเป็นโลกเล็กที่ปราณวิญญาณขัดสน ผู้ฝึกตนทั้งหมดรวมกันมีไม่ถึง 200 คน และไม่มีการติดต่อกับทวีปที่ฝึกฝนได้อื่น ๆ เลย”
