ฉุยอิ๋งตบโต๊ะดังปัง “เช่นนั้นเราต้องหาทางตามตัวเขาออกมาให้ได้”
“ท่านแม่ทัพฉุย จะตามหาอย่างไรขอรับ?”
“คัดตัวลูกเรือหรือขุนนางบนเรือที่มีโอกาสขึ้นฝั่งไปติดต่อกับคนภายนอก รวมถึงผู้ที่ขึ้นฝั่งบ่อย ๆ ออกมา แล้วลอบสืบสวน”
เฉาฉู่หางทำหน้าราวกับจะร้องไห้ “นายทหารที่เข้าข่ายเช่นนี้มีอยู่หลายคน เอ่อ...ท่านแม่ทัพฉุย ไม่ทราบว่าอาวุธยุทโธปกรณ์เหล่านี้ถูกส่งออกไปเมื่อใดหรือขอรับ?”
ฉุยอิ๋งส่ายหน้า “ท่านอ๋องไม่ได้ตรัสเรื่องนี้ คาดว่าคงไม่แน่ชัดเช่นกัน น่าจะเมื่อหลายเดือนก่อนกระมัง”
“อา...เรื่องเมื่อหลายเดือนก่อนหรือขอรับ?”
“ต่อให้เป็นเรื่องเมื่อหลายปีก่อนก็ต้องสืบให้กระจ่าง”
“เฮ้อ เช่นนั้นก็จริง ท่านตัดสินใจเถิดขอรับ”
ฉุยอิ๋งโบกมือ “เริ่มจากสืบก่อนว่าเจ้าหน้าตายขึ้นเรือเมื่อใด”
“เรื่องนี้จัดการง่ายขอรับ”
เฉาฉู่หางรับคำแล้วหมุนกายออกจากห้องไป
ไม่นานนัก เฉาฉู่หางก็เดินกลับเข้ามาด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“ท่านแม่ทัพฉุย คนผู้นี้มาถึงเมื่อสามเดือนครึ่งก่อนขอรับ”
“อืม คนผู้นี้มีพิรุธอย่างยิ่ง”
“จับมาสอบสวนก่อนดีหรือไม่ขอรับ?”
ฉุยอิ๋งโบกมือ “สอบสวนไม่ได้ เขาพูดไม่ได้ ทั้งยังไม่รู้ว่าเขียนหนังสือได้หรือไม่ การไต่สวนจึงยากลำบาก”
เฉาฉู่หางพยักหน้า “ได้ยินมาว่าคนผู้นี้หูหนวกเป็นใบ้จริง ๆ ส่วนใหญ่เอาแต่พักอยู่ในห้องหางเสือท้ายเรือ แทบไม่ออกมา”
“คนผู้นี้ว่ายน้ำเก่งเพียงใด?”
“ว่ายน้ำเก่ง คุ้นเคยกับงานบนเรือทุกอย่าง ทั้งยังถือท้ายเรือได้ยอดเยี่ยม จึงได้รับให้อยู่ต่อขอรับ”
ฉุยอิ๋งหัวเราะเย็นชา
“แม่ทัพเฉา ท่านรับรองได้หรือว่าคนที่ว่ายน้ำเก่งยิ่งผู้นี้ จะลงจากเรือไม่ได้ในยามที่เรือรบจอดเทียบท่า?”
