เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดเอ่ยปากในท้องพระโรง อ๋องไทกิจิจึงกล่าวเสียงกังวานหนักแน่น
“กองกำลังชั้นยอดของแต่ละตระกูลพวกท่าน จะร่วมมือกับกองกำลังชั้นยอดของราชสำนักหนึ่งหมื่นห้าพันนาย ล้อมกองทัพเจิ้นซีไว้ในเมืองหลักสุ่ยเจ๋อให้แน่นหนา ที่นั่นจะกลายเป็นสุสานสุดท้ายที่ฝังกองทัพเจิ้นซี”
จักรพรรดิคัมมุอังหัตถ์ตบลงบนโต๊ะ “ดี เราต้องการให้รวบรวมกำลังทั้งหมดให้พร้อมภายในห้าวัน แล้วแบ่งเป็นสี่สายบุกโจมตีเมืองหลักสุ่ยเจ๋อ”
“รับพระบัญชา...”
ทุกคนประสานมือคำนับพร้อมกัน
เหล่าขุนนางในราชสำนักต่างรู้แก่ใจว่า นี่คงเป็นศึกโต้กลับครั้งสุดท้ายที่กองทัพพันธมิตรต้าเหอจะทุ่มกำลังทั้งหมดเข้าโจมตีกองทัพเจิ้นซี
หากศึกครั้งนี้ยังพ่ายแพ้อีก ต้าเหอก็จะตกอยู่ในวิกฤตอย่างหนักจนไม่อาจฟื้นคืน
ทว่า จักรพรรดิคัมมุถูกบีบจนจนตรอก ไม่มีทางถอยอีกแล้ว
เขาตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะสละคาบสมุทรทั้งสี่รอบนครหลวง เพื่อแลกกับการบั่นทอนกำลังของห้าตระกูลใหญ่ จากนั้นจึงใช้กองกำลังชั้นยอดของราชสำนักหกหมื่นนายกวาดล้างกองทัพเจิ้นซีให้สิ้นซากในคราเดียว ฟื้นฟูพระบารมีอันเด็ดขาดของจักรพรรดิในต้าเหอ
หลังพักฟื้นและจัดระเบียบกำลังเกือบหนึ่งเดือน ทหารกองทัพเจิ้นซีหนึ่งพันสามร้อยนายก็สร้างแนวป้องกันขึ้นในเมืองสุ่ยเจ๋อ
จุดประสงค์ของหลินเฟิงชัดเจนยิ่ง ศึกกับโจรสลัดคราวนี้จะเปิดฉากขึ้นในตัวเมือง
กำลังพลเพียงหนึ่งพันกว่าคนไม่อาจรักษากำแพงเมืองที่ทอดยาวเช่นนี้ได้ มิสู้แสร้งทำเป็นต้านไม่ไหว ปล่อยให้โจรสลัดฝ่าแนวป้องกันกำแพงเมืองเข้ามา
ภายในเขตเมืองแบ่งพื้นที่ไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งเมืองถูกแยกเป็นแปดส่วน แต่ละส่วนติดตั้งปืนกลหนักไว้หนึ่งกระบอก
