โทกุงาวะ คินโจ กล่าวพลางยกมือชี้ไปยังนครหลวงที่อยู่ไกลออกไป
“นี่ก็ยังมิได้ทำให้พวกเจ้าพ่ายยอมศิโรราบอีกหรือ? ที่ยืนหยัดรักษาเมืองไว้เพื่อสิ่งใด เพื่อศักดิ์ศรีของราชวงศ์ หรือเพื่อรักษาหน้า? อย่างไร เปลี่ยนไปสวามิภักดิ์ฝ่ายอื่นแล้ว ในใจยังไม่ยอมรับหรือ ไม่คิดรักษาหน้าแล้วหรือ?”
ไอโกะจะโต้เถียงเอาชนะโทกุงาวะ คินโจ ได้อย่างไร นางโกรธจนกล่าวอะไรไม่ออก ใบหน้างามแดงสลับเขียว หน้าผากมีเหงื่อไหลซึม
เห็นได้ชัดว่าจิโยะเองก็คิดจะเข้าไปหาโทกุงาวะ คินโจ ทำท่าจะลงมือ
โทกุงาวะ นารุชิเงะรีบก้าวเข้าไปขวาง แยกโทกุงาวะ คินโจออกจากคนอื่น ๆ
“พอเถิด ๆ สงบปากสงบคำกันเสีย คินโจ มิใช่ว่าข้าจะตำหนิเจ้า แต่ไอโกะเป็นผู้ติดตามใกล้ชิดของอ๋องหลินแล้ว รู้จักระวังคำพูดบ้าง”
โทกุงาวะ คินโจยิ้มอย่างไม่ถือสา ก่อนหันไปมองหลินเฟิง
“อ๋องหลิน ล่วงเกินแล้ว โทกุงาวะ คินโจปากร้ายก็จริง แต่ไม่เคยกล่าวเท็จ ขอท่านโปรดอภัย”
หลินเฟิงโบกมือ “พอแล้ว แยกย้ายกันไปเถิด ข้าจะเดินชมรอบ ๆ เอง”
กล่าวจบก็หันหลังเดินเลียบกำแพงเมืองไปทางอื่น
เมื่อหลินเฟิงบอกว่าจะเดินคนเดียว ก็หมายความตามนั้น องครักษ์ทั้งสี่ของเขาย่อมเข้าใจ
องครักษ์ทั้งสี่ยื่นมือออกไปขวางไอโกะกับจิโยะที่คิดจะตามไป
โทกุงาวะ คินโจ พยักหน้าให้โทกุงาวะ นารุชิเงะ แล้วหันหลังเดินลงจากกำแพงเมือง
ทากาฮาชิ อากิทากะ ยิ้มขื่นพลางส่ายหน้า ก่อนหันตามโทกุงาวะ คินโจ ทั้งสองไป
ครู่ต่อมา บนกำแพงเมืองเหลือเพียงไอโกะ จิโยะ และองครักษ์ทั้งสี่ของหลินเฟิง ทั้งหกคนตามหลินเฟิงอยู่ห่าง ๆ โดยไม่มีผู้ใดเอ่ยปากอีก
