จ้าวกุยหยุดยืน สอดส่ายสายตามองไปรอบด้านอยู่ครู่หนึ่ง
“ดูท่าแล้ว กองบัญชาการใหญ่ของกบฏคงอยู่ที่นี่แหละ ฮึ บัดนี้กลับถูกข้ายึดไว้เสียแล้ว”
กล่าวพลางยกขาก้าวเข้าไปในเรือน
ทันใดนั้น ทหารคุ้มกันคนหนึ่งตะโกนเสียงดัง
“แย่แล้ว! ข้าศึกบุก!”
จ้าวกุยชะงักงัน หันมองไปรอบด้าน
ทว่าหูได้ยินเสียงลูกธนูขนปีกแหวกอากาศ พร้อมเสียงสายธนูดีดดังผึง
“บัดซบ!”
หางตาจ้าวกุยเหลือบเห็นลูกธนูขนปีกนับไม่ถ้วนพุ่งเข้ามา จึงรีบกลิ้งตัวไปข้างหน้า พลิกกายเข้าไปในเรือน
รอบจวนหลังใหญ่แห่งนี้ ทั้งบนหลังคาและกำแพงสูง พลันปรากฏเงาคนมากมาย แต่ละคนถือคันธนู เริ่มระดมยิงมายังที่นี่
จ้าวกุยพลิกตัวลุกขึ้นยืนภายในเรือน บัดนี้เขากระจ่างแล้วว่าตนตกเข้าสู่กับดักของกบฏจริง ๆ
ทหารคุ้มกันในลานเรือนต่างหาที่กำบังจากห่าธนู
จ้าวกุยมองผ่านหน้าต่าง เห็นกบฏจำนวนมากยึดครองหลังคาและยอดกำแพงสูงต่ำสลับกันไปทั่ว
“พลส่งสาร จงถ่ายทอดคำสั่งให้ทุกหน่วยรวมกำลังฝ่าวงล้อมออกทางประตูตะวันตก!”
จ้าวกุยตะโกนสั่งคนด้านนอกผ่านหน้าต่าง
หากยังไม่หนีในยามนี้ ยิ่งปล่อยเวลาเนิ่นนาน โอกาสฝ่าวงล้อมก็ยิ่งริบหรี่
เขาฉวยจังหวะว่าง พุ่งออกจากประตูเรือน วิ่งตรงไปยังประตูลาน
“ไป! ตามข้าฝ่าวงล้อม อยู่ที่นี่ก็มีแต่ตาย!”
ม้าศึกด้านนอกลานเรือนกระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบ บางตัวถูกลูกธนูยิงล้ม บางตัวบาดเจ็บแล้วหายไปไม่ทราบทิศทาง
กระนั้นยังมีม้าศึกหลายสิบตัวรออยู่หน้าประตูอย่างสงบ
จ้าวกุยเลือกม้าศึกตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด กระโดดขึ้นหลังม้า เร่งมันสุดกำลัง พุ่งไปยังประตูเมืองทางตะวันตก
