ว่านเหยียนอันซวี่ได้รับรายงานแล้วก็ออกไปรอต้อนรับถึงหน้าค่ายด้วยตนเองทันที
เขาตื่นเต้นอยู่ในใจยิ่งนัก เมืองปาหลู่เค่อซืออยู่ห่างจากเมืองหลวงถึงสองสามพันลี้
คนที่เขาส่งไปเป็นทหารม้าเร็วเดินทางแปดร้อยลี้ ใช้ม้าสองตัวต่อคนเพื่อส่งข่าวด่วน
ถึงกระนั้นก็ยังต้องใช้เวลากว่าสี่วันจึงจะไปถึงเมืองหลวง และทำได้เพียงส่งจดหมายไปถึงพระหัตถ์จักรพรรดิเท่านั้น
แล้วในเวลาเพียงหกวัน ท่านเวินกู่ซุนเดินทางมาถึงได้อย่างไร?
นี่คือความอัศจรรย์ของเขา เพราะเหตุนี้ ว่านเหยียนอันซวี่จึงไม่เห็นอสนีบาตของหลินเฟิงอยู่ในสายตาอีกต่อไป
เวินกู่ซุนไม่พูดสักคำ ก้าวเดินไปข้างหน้า ก่อนเลี้ยวตรงหน้าค่าย
เขาฟังคำแนะนำของว่านเหยียนอันซวี่ไปพลาง ก้าวเท้าเดินต่อไม่หยุด
ว่านเหยียนอันซวี่จึงได้แต่พาหน่วยองครักษ์ติดตามอยู่ด้านหลังเวินกู่ซุน ค่อย ๆ เข้าใกล้ค่ายของกองทัพชิงสุ่ย ซึ่งตั้งอยู่นอกเมืองห้าลี้
หัวหน้าหน่วยองครักษ์คืออาเตี่ยนเกราะเงิน เขาขยับเข้าใกล้ว่านเหยียนอันซวี่แล้วกระซิบว่า
“ใต้เท้า หากเดินต่อไป เกรงว่าจะทำให้คนของค่ายชิงสุ่ยแตกตื่น”
ว่านเหยียนอันซวี่โบกมือให้เขาหุบปาก
กองทหารม้ารบมาถึงจุดที่ห่างจากค่ายไม่ถึงสามลี้ เวินกู่ซุนก็หยุดลง
จมูกที่ซ่อนอยู่ใต้เส้นผมของเขาขยับฟุดฟิด พลางสังเกตไปรอบด้าน
ว่านเหยียนอันซวี่จึงรู้ว่าที่นี่คือสนามรบระหว่างพวกเขากับกองทัพชิงสุ่ย และยังเป็นที่ซึ่งเหล่าอัศวินผู้กล้าหาญของเขาถูกอสนีบาตระเบิดจนแหลกสลาย
บนพื้นมีหลุมลึกอยู่แห่งหนึ่ง เป็นหลุมที่อสนีบาตระเบิดขึ้น
เวินกู่ซุนนั่งยอง ๆ อยู่ริมหลุม จ้องมองลงไปอย่างเหม่อลอย
