จนปัญญา ว่านเหยียนอันซวี่จึงตะโกนสั่งการ
หากยังไม่ถอย อสนีบาตของหลินเฟิงอาจระเบิดมาถึงตรงนี้ก็เป็นได้
เมื่อพ่ายแพ้ก็ประหนึ่งภูเขาถล่ม การล่าถอยกลางสนามรบ โดยเฉพาะในศึกที่กำลังติดพัน ย่อมมิใช่เรื่องง่ายที่จะถอนตัวออกมา
กองทัพชิงสุ่ยไหนเลยจะยอมปล่อยพวกเขาจากไปโดยง่าย ยามเห็นคนเถื่อนขวัญหนีดีฝ่อ จึงฉวยโอกาสกระหน่ำซ้ำเติมผู้ที่กำลังเพลี่ยงพล้ำ
ฝ่ายหนึ่งกำลังฮึกเหิม อีกฝ่ายร้อนใจจะหนี
ผลลัพธ์ย่อมคาดเดาได้
หลินเฟิงหยุดขว้างระเบิดไหดำต่อ
เพราะฝ่ายคนเถื่อนพ่ายแพ้เป็นแน่แล้ว ไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองไหดำล้ำค่าของตน
สถานการณ์ยามนี้คือกองทหารม้ากองทัพชิงสุ่ยไล่ตีท้ายทหารม้าคนเถื่อน
หลินเฟิงยืนขึ้นบนหลังม้า ใช้กล้องส่องทางไกลจับตาสถานการณ์ศึกที่อยู่ไกลออกไป
“เฮ้อ คนเถื่อนพวกนี้รับมือยากจริง ๆ ครานี้กองกำลังของข้าสูญเสียไปไม่น้อย”
หลินเฟิงมองไปพลางทอดถอนใจไปพลาง
ทว่าซีเหนียงยืนอยู่หน้าเครื่องยิงก้อนหิน ใบหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น
ภารกิจครานี้ดูเหมือนง่าย ทว่าแท้จริงแล้วเป็นบททดสอบฝีมือของนางอย่างยิ่ง
หลินเฟิงกำชับให้นางใช้เครื่องยิงก้อนหินยิงไหดำเข้าไปกลางกองทหารม้าคนเถื่อน
กองกำลังสองฝ่ายกำลังพัวพันต่อสู้กัน ระยะห่างใกล้มาก เครื่องยิงก้อนหินก็ไม่อาจเคลื่อนเข้าไปใกล้กว่านี้ได้
ดังนั้นจึงต้องอาศัยความแม่นยำของเครื่องยิงก้อนหินอย่างสูง
ซีเหนียงเองก็เคยคิดไว้ หากเครื่องยิงก้อนหินคลาดเคลื่อนแม้เพียงเล็กน้อย ไหดำอาจถูกเหวี่ยงเข้าไปกลางกองกำลังของตน
หากเป็นเช่นนั้น นางคงขายหน้าแย่
ไหดำทั้งสองใบถูกยิงไปอย่างแม่นยำยิ่ง แสดงให้เห็นผลจากการศึกษาและฝึกฝนของนางในช่วงที่ผ่านมา
