ไม่นาน ทหารช่างที่มาถึงก็เก็บกวาดสถานที่จนสะอาดเรียบร้อย ชายฉกรรจ์ที่บาดเจ็บสิบกว่าคนถูกลำเลียงขึ้นรถม้าไป ส่วนคราบเลือดบนขั้นบันไดริมถนนก็ใช้น้ำสะอาดชะล้างจนหมด
การกระทำของจ้าวซั่วได้รับเสียงปรบมือกึกก้องจากชาวบ้าน บางคนที่ใจกล้าถึงกับส่งเสียงร้องชมเชย
จ้าวซั่วนำกองทหารม้าเดินผ่านฝูงชนไปอย่างภาคภูมิใจ ก่อนตรงจากไป
หลังทหารทั้งหลายจากไป ที่นี่ก็กลับคืนสู่สภาพราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
ทว่าข่าวนี้แพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองประหนึ่งสายลม
ทำให้ชาวเมืองหลวงประจำแคว้นต่างยินดีปรีดา อีกทั้งยังทำให้คหบดีที่คอยสังเกตการณ์อยู่เปลี่ยนท่าทีทันควัน ไม่กล้าตั้งข้อสงสัยต่อนโยบายใหม่อีก
ข่าวที่จี้จ้งเหลียนรออยู่ในบ้านคือ นักเลงที่เขาส่งออกไปมีเรื่องกับทหารในเมือง จนถูกธนูยิงล้มลงทั้งหมด
เขายืนนิ่งงันอยู่หน้าประตูโถงรับแขก ครู่ใหญ่กว่าจะตั้งสติได้
หลินเฟิงผู้นี้ลงมือเหี้ยมเกินไปแล้ว
ก็แค่ทะเลาะวิวาทกันมิใช่หรือ
ถึงกับใช้อาวุธเชียวหรือ?
ก่อนหน้านี้มิใช่จับคนไปที่ว่าการแล้วซ้อมสักยกก็จบหรอกหรือ?
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัวสั่นสะท้าน แล้วจึงตระหนักได้ว่าหลินเฟิงมิใช่คนที่ควรไปหาเรื่อง
แต่ลูกศิษย์ของตนบาดเจ็บไปสิบกว่าคน จะกล้ำกลืนความแค้นนี้ไว้ได้อย่างไร
คราวนี้ตนเป็นฝ่ายผิด อีกฝ่ายจับจุดอ่อนไว้ได้ จึงหาเรื่องก่อความวุ่นวายไม่ได้
เขากัดฟันกรอด “ดีนัก เฉียนตัวกุ้ย เจ้าทอดทิ้งพี่น้อง เช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าลงมือโหดเหี้ยม”
เขาไม่กล้าไปเอาเรื่องหลินเฟิง จึงทำได้เพียงระบายโทสะใส่เฉียนตัวกุ้ย
ส่วนหวังอวี้เซิงก็ไม่ส่งเสียงเอิกเกริก สั่งให้คนนำทรัพย์สินสองเกวียนไปส่งยังเรือนที่หลินเฟิงพักอาศัยอย่างเงียบเชียบ
