ร่างของจ้าวฉวนจือก้มต่ำลงกว่าเดิม
“เอ่อ เรื่องเป็นเช่นนี้พ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง เนื่องจากโจรสลัดอาละวาดหนักในเขตทางใต้ของต้าจง เรือเดินทะเลจึงแล่นเข้าสู่แม่น้ำภายในแผ่นดินเป็นจำนวนมาก ราชสำนักมีพระบัญชาให้ตรวจสอบเรือทุกลำที่ผ่านไปมาอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันโจรสลัดแทรกซึมเข้ามา”
เหตุผลนี้พอฟังขึ้นอยู่บ้าง ในเมื่อทหารของต้าจงบาดเจ็บไปมากมายถึงเพียงนั้น หลินเฟิงก็ไม่สะดวกจะเอาความต่อ
“ช่างเถิด เรื่องนี้ถือว่าจบกันไป พรุ่งนี้ยามเช้าข้าจะออกเดินทางแล้ว เจ้ากลับเข้าเมืองเถิด”
“ท่านอ๋องเดินทางจากไปครานี้ คงต้องใช้เวลาอีกหลายวันกว่าจะได้พบกัน ขอเชิญท่านเข้าเมือง ให้ข้าน้อยได้ต้อนรับในฐานะเจ้าบ้านสักคราเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
จ้าวฉวนจือกล่าวอย่างร้อนใจ
หลินเฟิงโบกมือ “ไม่ต้องหรอก ยามนี้ศึกสงครามกำลังตึงเครียด ให้เรื่องใหญ่เป็นสำคัญเถิด”
“เรื่องนี้...”
“กลับไปเถิด บอกเว่ยหนานจี๋ว่า ต่อไปเรือของกองทัพเจิ้นซีทุกลำไม่ต้องผ่านการตรวจ หากมีครั้งหน้า อย่าให้ข้ารู้เข้า”
“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง ข้าน้อยจะกำชับพวกเขาอย่างเข้มงวด หากมีผู้ฝ่าฝืนอีก จะลงโทษสถานหนักโดยไม่ละเว้นพ่ะย่ะค่ะ”
หลินเฟิงพยักหน้า ก่อนโบกมือเป็นสัญญาณ
จ้าวฉวนจือค้อมกายคำนับ แล้วถอยไปจนถึงบันไดเรือ จากนั้นจึงหันกายลงจากหอเรือ
หลินเฟิงคิดว่า ต่อให้เปิดเผยฐานะในยามนี้ ด้วยความเร็วของเรือเจิ้นซีหมายเลขสอง ย่อมแล่นเร็วกว่าพวกเขาเป็นแน่ และยังคงไปถึงก่อนข่าวจะแพร่กระจาย
จ้าวฉวนจือลงจากเรือรบ แล้วประสานมือคำนับหลินเฟิงซึ่งอยู่บนหอเรืออีกครั้ง จากนั้นจึงหันไปขึ้นม้า
“ทุกคน จงกลับเข้าเมืองทันที!”
เขาตะโกนสั่ง ก่อนควบม้ามุ่งหน้าเข้าเมือง
