นางเพิ่งก้าวเข้าประตูห้อง ก็เห็นเผยชีอินยืนขวางอยู่เบื้องหน้า สายตาจับจ้องนางอย่างพินิจพิเคราะห์
หญิงสาวคลี่ยิ้ม แล้วสบตาเผยชีอินอย่างสงบนิ่ง
เผยชีอินขมวดคิ้ว กวาดตามองนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ จากนั้นจึงยื่นมือออกไป
“ส่งถังน้ำมาให้ข้า เจ้ากลับไปเถิด”
นางไม่สะดวกเอ่ยอะไรกับองครักษ์ของไป๋จิ้งให้มากความ
ใครจะรู้ว่าหญิงสาวยังคงยิ้มบาง ๆ พลางส่ายหน้าเบา ๆ
“น้ำของท่านผู้ดูแลใหญ่ ให้ผู้อื่นมาปรนนิบัติแทนไม่ได้”
เผยชีอินทำงานในสายนี้ ย่อมรู้ว่ากฎบางอย่างมิใช่เรื่องจุกจิก จึงทำได้เพียงเบี่ยงกายเปิดทางให้หญิงสาวผ่านไป
หญิงสาวเงยหน้ามองโต๊ะอาหารที่อยู่ห่างออกไปเพียงเจ็ดแปดก้าว ก่อนยกถังน้ำเดินไปข้างหน้า
เผยชีอินยังคงจับตาท่าทางของนางอย่างระแวดระวัง
หญิงสาวเพิ่งก้าวไปข้างหน้า ก็ได้ยินฉุยอิ๋งถามเสียงต่ำ
“หยุดก่อน บอกชื่อของเจ้ามา”
ฉุยอิ๋งติดตามไป๋จิ้งมาระยะหนึ่งแล้ว คุ้นเคยกับองครักษ์ใกล้ชิดของไป๋จิ้งดี ทว่านางไม่เคยเห็นหญิงสาวผู้นี้มาก่อน
หญิงสาวแสยะยิ้ม “ข้าเป็นองครักษ์ของท่านผู้ดูแลใหญ่”
“ชื่ออะไร อยู่หน่วยใด?”
ฉุยอิ๋งคุ้นเคยกับองครักษ์ของไป๋จิ้งเป็นอย่างดี จึงซักถามต่อ
หญิงสาววางถังน้ำลงอย่างไม่เร่งร้อน แล้วกล่าวยิ้ม ๆ
“ข้าเอาป้ายเอวให้เจ้าดู จะได้ไม่ต้องระแวงไปต่าง ๆ นานา”
ระหว่างพูด มือของนางก็เอื้อมไปยังเอว คล้ายจะหยิบป้ายเอว
ฉุยอิ๋งขมวดคิ้วทันทีแล้วตวาด “อย่าขยับ ถอยไปยืนข้างหลัง!”
นางรู้ดีว่ากององครักษ์ของไป๋จิ้งไม่มีป้ายเอว สิ่งเดียวที่ใช้ยืนยันตัวตนคือชื่อและใบหน้า
